ถอดบทเรียน 4 ร้านเดลิเวอรี ทำการตลาดให้ถูกจุด ครองพื้นที่ในใจลูกค้า

แชร์ประสบการณ์ทำโฆษณา LINE MAN หนึ่งในหลักการตลาด ของร้านเดลิเวอรียุคใหม่ ช่วยร้านอยู่รอด ยอดดีไม่มีตก

หากพูดถึงสถานการณ์โควิด-19 กับธุรกิจร้านอาหาร น่าจะถึงเวลาที่ต้องยอมรับว่าจะต้องดำเนินไปคู่กันอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะโควิดไม่ได้หายไป แต่ธุรกิจจะอยู่ร่วมกับสถานการณ์นี้อย่างไร เป็นเรื่องที่หลาย ๆ ร้านคิดหาวิธีจนพบเจอกับสูตรสำเร็จเฉพาะตัว Wongnai for Business ถอดบทเรียน 4 ร้านเดลิเวอรี เพื่อมาแชร์ประสบการณ์การทำร้านอาหารที่สามารถเอาชนะโควิด-19 รวมถึงหลักการตลาดที่ใช้ ไปจนถึงตัวช่วยที่ทำให้ร้านอยู่รอด ยอดดีไม่มีตก

1. Ekkamai food station by อ้อแซ่บ

ช่วงโควิดบอกเลยว่าร้าน Ekkamai food station by อ้อแซ่บ ได้รับผลกระทบเยอะ ลูกค้าหน้าร้านไม่มี ส่วนมากลูกค้า Work from Home กันหมด ก็ไม่มีลูกค้ามานั่งหน้าร้านเลย ช่วงแรกก็ปิดไปเลย 1 เดือน

เราก็มานั่งคิดการขายใหม่ พอมาถึงช่วงที่มีประกาศล็อกดาวน์ ห้ามขายของในห้างในศูนย์อาหารต่าง ๆ ที่เป็นห้องแอร์ พี่ก็แล้วก็เปลี่ยนมาเน้นทำเดลิเวอรี LINE MAN มากขึ้น ปกติก็ขายอยู่แล้ว แต่พอมีเหตุการณ์แบบนี้ ก็มาเน้นเดลิเวอรีจริงจังเลย

เทคนิคการตลาดที่พี่อ้อใช้คือการจัดโปรโมชันค่ะ อยากให้ลูกค้ากินอิ่มครบในมื้อเดียว ส้มตำปูปลาร้า ไก่ย่าง น้ำดื่ม อยู่ในเซ็ตเดียวกันค่ะ มีข้าวเหนียวด้วย ครบเซ็ตเลย 99 บาท แล้วก็ซื้อโฆษณาบนแอป LINE MAN ให้ลูกค้าเห็นเยอะขึ้น

ช่วงแรกๆ ก็ไม่ค่อยมีออเดอร์ วันหนึ่งก็ 20 - 30 ออเดอร์ พอซื้อโฆษณาบน LINE MAN ออเดอร์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มที่ 50 ออเดอร์ขึ้นไป ร้านพี่ขายดีขึ้นจากการขายเดลิเวอรี จัดโปรโมชันแล้วก็ซื้อโฆษณาบน LINE MAN เลยค่ะ อยากให้ลองทำโฆษณาบน LINE MAN ดู คือเราเสียวันละแค่ไม่กี่บาทกับที่เราอยู่รอดในตอนนี้ บางร้านอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย แต่ก็คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ

2. ก๋วยเตี๋ยวเรือ 3 แซ่บ

ช่วงโควิด-19 เป็นช่วงที่เราเริ่มเปิดร้าน ก๋วยเตี๋ยวเรือ 3 แซ่บ หน้าร้านเราก็ไม่มีลูกค้าเลย แต่กลับกันคือยอดเดลิเวรีพุ่งสูงถึง 2 เท่า เราก็เลยลุยทำในส่วนของเดลิเวอรี ซึ่ง LINE MAN ก็เป็นเจ้าแรกที่เราเลือกใช้

ปัจจุบันร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสามแซ่บขยายกิจการไปกว่า 7 สาขา และกำลังจะเปิดเพิ่มอีก 3 สาขา ซึ่งถือว่าธุรกิจเติบโตได้อย่างรวดเร็วท่ามกลางสถานการณ์โควิด

เทคนิคการตลาดที่ผมใช้คือการทำโปรโมชัน เน้นการจัดเป็นเซ็ต ซึ่งปกติแล้วลูกค้าท่านนึงอาจจะสั่งก๋วยเตี๋ยวแค่ถุงเดียว แต่พอเราจัดเป็นเซ็ตขึ้นมา มีก๋วยเตี๋ยว 1 ถุง มีกากหมู 1 ถ้วย แล้วก็แถมน้ำลำไย ซึ่งมันสามารถเพิ่มปริมาณการซื้อให้ได้มากขึ้น ส่วนรูปภาพของอาหารก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ช่วยสื่อให้ลูกค้าเห็นว่า อาหารของเราน่ากินนะ เพราะเป็นสิ่งดึงดูดที่จับต้องได้ง่าย แล้วก็เร็วที่สุด

นอกจากนี้การทำโฆษณาใน LINE MAN ก็สำคัญมากๆ เพราะจะทำให้เรามีหน้าร้านอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดบนหน้าแอปฯ เวลาคนหิว อะไรที่เห็นก่อนแล้วดูน่ากิน เราก็จะกดอันนั้น คือเป็นตัวเลือกแรกที่จะซื้อ ทำให้เราได้ลูกค้าใหม่ๆ ที่ได้จากโฆษณามากขึ้นถึง 60% ก็ต้องบอกว่าคุ้มมาก

เรื่องของค่าโฆษณาก็เริ่มต้นแค่หลักสิบ ซึ่งจะสรุปเป็นรายงานอย่างชัดเจนมาทุกสิ้นเดือน ค่อนข้างชอบมาก เพราะว่าเราบริหารง่ายในเรื่องของบัญชี แล้วก็ยืดหยุ่นในเรื่องการใช้งานด้วย สามารถเปิด-ปิด เมื่อไหร่ก็ได้ อย่างตอนที่หน้าร้านเราออเดอร์เยอะเราก็สามารถหยุดโฆษณาก่อนได้ แล้วค่อยไปเพิ่มช่วงที่หน้าร้านเราออเดอร์น้อย

ทุกวันนี้ที่ร้านตั้งโฆษณาเฉลี่ยวันนึงประมาณ 300 บาท ส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นจากปกติมาประมาณ 3 เท่า รู้สึกว่าคุ้มมากกับยอดขายที่ได้รับกลับมา

3. Papa Tofu

สำหรับร้าน Papa Tofu เราเป็นร้านเปิดใหม่ สิ่งสำคัญคือการทำให้ลูกค้ารู้จัก และมองเห็นเรา เพราะถ้าเกิดลูกค้ามองไม่เห็นร้านเรา ลูกค้าก็คงไม่เลือกซื้อร้านเราแน่นอน

เทคนิคการตลาดที่ขวัญให้ความสำคัญคือเรื่องของรูปภาพ ลูกค้าใหม่เขาอาจจะยังไม่รู้จักเรา จะตัดสินใจจากรูปภาพเป็นหลัก ต่อให้ร้านเราอร่อยแค่ แต่ถ้ารูปภาพมันไม่สื่อ หรือว่ามันไม่ได้ดูน่ากิน ลูกค้าก็มองผ่านไป นอกจากนี้ก็เป็นเรื่องของการให้ข้อมูล ว่าสูตรนี้เป็นยังไง รสชาติยังไง หวานน้อยหวานมาก สามารถเลือกอะไรได้ เราใส่เข้าไปลูกค้าอ่านแล้วเข้าใจ ก็จะทำให้ตัดสินใจซื้อที่ง่ายขึ้น

ที่สำคัญคือที่ร้านทำการโฆษณาบน LINE MAN การที่ลูกค้าได้เห็นเราซ้ำ ๆ แม้ว่าวันนี้เขาจะยังไม่ตัดสินใจซื้อ แต่ขวัญเชื่อว่าถ้าลูกค้าเห็นร้าน 2 ครั้ง 3 ครั้ง จะทำให้เกิดการจดจำ ทำให้รู้สึกอยากลองชิม ไปจนถึงการกดสั่งซื้อ

จริงๆ ต้องบอกว่า ขวัญลงทุนน้อยมาก แค่หลักร้อย แต่กำไรที่กลับมามันมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น ยอดขายโตขึ้น 30% – 40% นะคะ และมันคืนทุนเร็วตั้งแต่เดือนแรก เราสามารถตั้งงบได้ เช่น กลางสัปดาห์ เราอยากจะโฆษณาเยอะหน่อย เราตั้ง 200-300 ก็ได้ค่ะ ค่าโฆษณาจะถูกคิดเฉพาะคนที่คลิกเข้ามาดูด้วยค่ะ ขวัญก็เลยมองว่ามันคุ้มละตรงกลุ่มมาก ๆ เลย

4. ข้าวหมกไก่นารา

ร้านข้าวหมกไก่นารา เป็นร้านที่สืบทอดมาจากรุ่นคุณพ่อมานานเกือบ 30 ปีที่เคยคิดจะปิดตัวไป แต่ในที่สุดก็กลับมาเปิดร้านทำเลใหม่ เท่ากับเราต้องหาลูกค้าใหม่ เริ่มนับหนึ่งใหม่ ต้องพยายามนำเสนอร้านให้คนอยากเข้ามาลอง เพราะเรามั่นใจว่าถ้าลูกค้าได้ลอง เค้าก็จะติดใจในอาหารของเรา

เทคนิคการตลาดที่ร้านเราใช้คือการจัดเช็ตโปรโมชัน ร้านเรามีอาหารค่อนข้างหลากหลาย เพราะฉะนั้นจะพยายามจัดเซ็ตแล้วก็ทำโปรลดราคาให้ลูกค้า ให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่า สามารถเลือกซื้ออาหารได้ง่ายขึ้น เราก็คิดว่าทำยังไงให้คนรู้จักเรามากขึ้น ก็เริ่มยิงโฆษณาในแอปฯ เลย

การยิงโฆษณามันทำให้เราขึ้นเป็นอยู่อันดับแรก ลูกค้าเห็นเราก่อน ก็มีโอกาสที่จะสั่งก่อนหรือต่อให้ไม่สั่ง เค้าเห็นเราซ้ำๆ ถือว่าผลตอบรับดีมาก ยิงโฆษณาอยู่ที่ประมาณวันละ 200-300 บาท ยอดที่ได้กลับมาเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ถือว่าคุ้มค่ามากค่ะ

การยิงโฆษณาใน LINE MAN ทำง่ายมาก เพราะเรากำหนดงบเองได้ เลือกวันที่เราจะเปิด-ปิดเองได้ ซึ่งจุดนี้มันค่อนข้างยืดหยุ่นกับผู้ประกอบการทำให้เราควบคุมรายจ่ายของร้านได้ โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบที่มันยุ่งยาก และจุดอีกจุดหนึ่งที่ชอบมากคือ สามารถวัดผลได้ดูกราฟได้เลยว่าโฆษณาที่เรายิงไป เราได้ลูกค้ากลับมาเท่าไร เม็ดเงินที่เราลงทุนไป มันทำให้เห็นว่าเราได้ยอดขายกลับมาเพิ่มขึ้นเยอะมาก

📢 โฆษณาบน LINE MAN ดันร้านคุณให้อยู่ในพื้นที่ที่ดีที่สุด ให้ลูกค้าเห็นเยอะขึ้น เพิ่มโอกาสการสั่งมากขึ้น

✅ ทำโฆษณาบน LINE MAN ง่ายๆด้วยตัวเองเลยที่ Wongnai Merchant App หรือ คลิกที่นี่