สำหรับร้านค้าที่ตั้งอยู่ในพื้นที่หนาแน่น เช่น ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือตลาด ปัญหาเครื่อง iPad POS ทำงานไม่เสถียร ออเดอร์ไม่แจ้งเตือน หรือเครื่องพิมพ์ไม่ทำงาน มักมีสาเหตุหลักมาจากการถูกรบกวนของสัญญาณ Wi-Fi เพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืน เราขอแนะนำการเชื่อมต่อระบบแบบเสียบสาย LAN ทั้งหมด (All LAN Solution) ร่วมกับการใช้ Router แยกเฉพาะกิจ ซึ่งเป็นมาตรฐานเครือข่ายระดับโลก (World-Class Network Practice) ที่ระบบ POS ชั้นนำในต่างประเทศเลือกใช้ ข้อมูลยืนยันว่าการตั้งค่าด้วยวิธีนี้สามารถช่วยลดปัญหาอินเทอร์เน็ตหลุดได้ถึง 70%
ข้อควรทราบสำหรับผู้ใช้งาน Android POS: หากคุณใช้งานเครื่อง POS ระบบ Android เนื่องจากตัวเครื่องมีเครื่องพิมพ์ในตัว (All-in-one) และรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านสาย LAN อยู่แล้ว คุณสามารถนำสาย LAN มาเสียบเข้าที่ตัวเครื่องและเริ่มต้นใช้งานได้ทันที!
ทำไมถึงต้องใช้สาย LAN และแยก Router สำหรับ POS?
- ทำไมต้องใช้สาย LAN: ในพื้นที่หนาแน่น (เช่น ในห้างสรรพสินค้า) สัญญาณ Wireless มักจะแย่งและชนกันเอง ทำให้ระบบไม่เสถียร การใช้สายเชื่อมต่อ (LAN) จะมีความเสถียรสูงกว่ามาก จึงเหมาะกับร้านที่อยู่ในพื้นที่หนาแน่น (แต่หากเป็นร้านรูปแบบ Stand Alone อาจจะยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้สาย LAN ทั้งระบบ)
- ทำไมต้องแยกวง Router: หากร้านค้านำ POS ไปใช้งานในวงเครือข่าย LAN เดียวกับอุปกรณ์ IoT ภายในร้าน, กล้องวงจรปิด (CCTV) หรือใช้ร่วมกับพนักงาน สัญญาณอาจจะถูกแย่งและเกิดปัญหาความล่าช้าหรือหลุดการเชื่อมต่อได้ การแยก Router เฉพาะกิจให้ POS จะช่วยรับประกันความเสถียรสูงสุด
เงื่อนไขอินเทอร์เน็ตขั้นต่ำและอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
เพื่อให้ระบบ POS ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ แนะนำให้ใช้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่มีสเปกดังนี้:
- ความเร็วอินเทอร์เน็ต (Internet Speed): ความเร็วขั้นต่ำ 10 Mbps (สำหรับใช้งาน POS อย่างเดียว)
- Router (ตัวกระจายสัญญาณเฉพาะกิจ): แนะนำให้ใช้ Router มาตรฐาน Cat6 ขึ้นไป
- รุ่น TP-Link Archer AX12 รองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์สูงสุด 3 ตัว
- [แนะนำ] รุ่น TP-Link Archer AX23 รองรับการใช้งานร่วมกับเครื่องพิมพ์สูงสุด 4 ตัว
- กรณีใช้อินเทอร์เน็ตจากซิมการ์ด
- ควรมีปริมาณ Data ขั้นต่ำ 5 GB ต่อเดือนขึ้นไป และควรปรับเพิ่มแปรผันตามการใช้งาน หากร้านมีปริมาณธุรกรรม (Transaction) หรือยอดออเดอร์จำนวนมาก แนะนำให้ใช้แพ็กเกจ 10 GB ขึ้นไป
- แนะนำให้ใช้ Router มาตรฐาน แนะนำรุ่น TP-Link Archer MR505 ขึ้นไป
- Dongle RJ45 Adapter (หัวแปลงสาย LAN): หัวแปลงสัญญาณจาก USB-C เป็นสาย LAN แบบ 2-in-1 เพื่อให้ iPad สามารถรับสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านสาย LAN และชาร์จแบตเตอรี่ไปพร้อมกันได้
- Switching Hub 5 Port: อุปกรณ์แยกสาย LAN (จำเป็นต้องซื้อเพิ่ม เฉพาะในกรณีที่ร้านมีเครื่องพิมพ์มากกว่า 4 ตัวขึ้นไปเท่านั้น หากไม่ถึงไม่มีความจำเป็นต้องซื้อเพิ่ม)
- เครื่องพิมพ์ใบเสร็จแบบรองรับสาย LAN (LAN Printer)