"ไวรัล" สู่ "จุดอิ่มตัว" ฝ่าวิกฤติหมาล่าสายพาน แก้เกมให้ทันเทรนด์

เมื่อ “ความคุ้มค่า” กลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของผู้บริโภคในยุคการแข่งขันสูง

        หากย้อนไปในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีอะไรจะ "เผ็ดร้อน" ไปกว่ากระแส "หมาล่าสายพาน" ที่กลายเป็นไวรัลทั่วบ้านทั่วเมือง จนเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการอาหารไทย ด้วยเสน่ห์ของประสบการณ์การเลือกทานอาหารจากสายพาน ความแรงนี้สะท้อนผ่านตัวเลขการเติบโตของตลาดหมาล่าในไทยที่พุ่งสูงถึง 7.3% ในระยะเวลาเพียง 1 ปี แต่ในปัจจุบันหมาล่ากลายเป็นที่คุ้นชินกับสังคมผู้บริโภคในไทย จนทำให้กระแสฟีเวอร์ซบเซาลง ตามรายงานของ LINE MAN Wongnai ในปี 2025 ชี้ให้เห็นว่าถึงแม้จะมีอัตราการเปิดร้านเพิ่มขึ้น 3% แต่อัตราการปิดตัวของร้านสูงถึง 50% จากสาเหตุของต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง 

ในยุคที่แข่งกันเดือด “บุฟเฟ่ต์” คือทางรอด หรือทางเลือก? 

เมื่อกระแสความเห่อถูกแทนที่ด้วยความจริงทางเศรษฐกิจที่คนระมัดระวังการใช้จ่าย “ราคาที่คุมไม่ได้” คือศัตรูหมายเลขหนึ่ง 

ในขณะที่จำนวนร้านหมาล่าเพิ่มขึ้นจนล้นตลาด สวนทางกับสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในประเทศไทย สะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งหนึ่งในข้อมูลเชิงลึก (Insight) ของผู้บริโภคชาวไทยนั่นคือ “การควบคุมค่าใช้จ่ายได้” เพื่อตอบรับกับเศรษฐกิจของประเทศ  จากรายงานแบบสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคแบบภาพรวมในประเทศไทยปี 2025 ของ PwC Thailand ในหัวข้อความเสี่ยงที่ผู้บริโภคไทยต้องเผชิญ ระบุว่าผู้บริโภคชาวไทยกังวลกับค่าครองชีพมากถึง 57% รองลงมาด้วยความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ 46% และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ 41% 

  • “หมาล่าสายพาน” ใช้รูปแบบการกำหนดราคาแบบ “อะลาคาร์ต” (A La Carte) ที่คิดราคาจากจำนวนอาหารที่ทาน ซึ่งทำให้ลูกค้าเกิดความกังวลใจในการเลือกบริโภค เนื่องจากยากต่อการควบคุมค่าใช้จ่ายในการทานรูปแบบนี้
  • ตัวเลขบ่งชี้ว่ากว่า 80% ของกลุ่มผู้บริโภคหลักเป็นกลุ่มนักศึกษา ผลการสำรวจจาก NIDA ระบุว่า กลุ่มผู้บริโภคที่เป็นนักศึกษา มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนน้อยกว่า 15,000 บาท ส่งผลให้กำลังซื้อในรูปแบบ “อะลาคาร์ต” อาจจะยังไม่ตอบโจทย์กับความคุ้มค่าในมุมของผู้บริโภค
  • การเปรียบเทียบระหว่าง “เนื้อถาดละ 59 บาท” กับ “กินได้ไม่อั้นในราคา 299 บาท” ผู้บริโภครู้สึกชนะตั้งแต่ยังไม่เริ่มคีบ! ความสบายใจที่รู้ว่าต้องจ่ายเท่าไหร่ ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเข้าร้านง่ายขึ้น

ตลาดเริ่ม “อืด” ผู้บริโภคเริ่ม “อิ่ม”

จากการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งการแข่งขันที่ดุเดือดภายในอุตสาหกรรม การเกิดขึ้นของร้านหมาล่าสายพานทุกหัวมุมถนนที่หน้าตาเหมือนกัน รสชาติคล้ายกัน จนไม่มีความแตกต่างที่เด่นชัด และสภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการควบคุมการใช้จ่าย เช่น การจ่ายก้อนเดียวจบ ตามโมเดลร้านอาหารแบบ “บุฟเฟ่ต์”

สายพานไม่ตาย... แต่ต้องกลายพันธุ์ 

ระบบสายพานยังอยู่ได้ แต่จะถูกปรับเป็น "Hybrid Model" หรือ บุฟเฟ่ต์ที่เสิร์ฟผ่านสายพาน ผสานเสน่ห์สายพานเข้ากับบความสบายใจ แต่หัวใจสำคัญคือการ "ล็อกราคา" ให้ชัดเจน ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ให้ลูกค้า "เลือกเอง" วิธีนี้จะช่วยลดปัญหาที่ลูกค้าพบเจอ (Pain Point) เรื่องความกังวลในการควบคุมการใช้จ่าย ทำให้สามารถจับลูกค้าได้ทั้งสองกลุ่ม

  • Tips: มีทั้งราคาต่อไม้ “อะลาคาร์ต” สำหรับคนกินน้อย และมีตัวเลือก “บุฟเฟ่ต์” เช่น จ่ายเพิ่ม 299.- เพื่อกินไม่อั้น

เจาะกลยุทธ์การอยู่รอด “สมรภูมิหมาล่า” ในปี 2026

จาก “กระแส” สู่ “ตัวจริง” พลิกกลยุทธ์หมาล่าสายพานให้ยอดขายพุ่งทะยานอย่างยั่งยืน

  • ทลายกำแพงความแพง แทนที่จะลดราคาเป็นบุฟเฟ่ต์ ให้ใช้โปรโมชั่นที่สร้างความรู้สึกคุ้มค่าแบบอื่นแทน เช่น จัดเซ็ต “ชุดสุดคุ้ม” ปัญหาของสายพานคือ “ค่าซุป” และ “ค่าน้ำจิ้ม” ที่ดูจุกจิก เปลี่ยนเป็น “จ่ายครั้งเดียวเติมไม่อั้น” เพื่อลดกำแพงความรู้สึกว่า “ทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองไปหมด”
  • อัปกำไรให้สุด! ด้วยคู่หูเมนูผสม เน้นขายเครื่องดื่ม Signature เช่น น้ำหวังเหล่าจี๋, น้ำฟักเขียว หรือเครื่องดื่มผสมเอง และของหวาน ซึ่งกลุ่มนี้มี Margin สูงถึง 60-80% เพื่อมาดึงค่าเฉลี่ยกำไรของเนื้อสัตว์ที่ Margin บาง
  • ชูโรงซิกเนเจอร์ สร้างแต้มต่อที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้ ในตลาดหมาล่า “น้ำซุป” และ “น้ำจิ้ม” คือหัวใจสำคัญ หากรสชาติคุณเป็นเอกลักษณ์ ลูกค้าจะยอมจ่ายเพื่อ “รสชาตินี้เท่านั้น” ไม่ใช่จ่ายเพื่อ “ความอิ่ม” อ้างอิงจากรายงานการสำรวจความคิดเห็นผู้บริโภคจาก PwC Thailand 43% ของผู้บริโภคพร้อมจะเปลี่ยนหากเจอแบรนด์ที่รสชาติดีกว่า การพัฒนาซุปสูตรพิเศษ เช่น หมาล่าคอลลาเจน, ซุปเห็ดทรัฟเฟิล หรือน้ำจิ้มสูตรลับประจำตระกูล เพื่อสร้างความจงรักภักดีที่ลูกค้ามีต่อร้าน (Brand Loyalty) ที่แข็งแกร่งกว่าแค่เรื่องราคา

บริการฟู้ดเดลิเวอรีอย่าง LINE MAN อีกหนึ่งกลไกดันยอดขายของตลาดหมาล่า

ในย่านที่ร้านติดกันจนแยกไม่ออก LINE MAN คือเวทีให้คุณโชว์จุดเด่นเหนือคู่แข่ง

ข้อมูลจาก LINE MAN แพลตฟอร์มบริการฟู้ดเดลิเวอรีในปี 2023 มีสถิติที่มีผู้ใช้บริการแพลตฟอร์ม สั่งอาหารกลุ่มประเภทหมาล่า มากว่า 1 ล้านออเดอร์ ซึ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 45% จากปี 2022 จนได้รับฉายาว่าเป็นปีแห่ง “หมาล่า” กลยุทธ์เดลิเวอรี (Delivery Strategy) คืออีกหนึ่งอาวุธลับสำหรับร้านหมาล่าแบบ Hybrid 

  • แก้ปัญหา “เก้าอี้เต็มแต่อยากขายเพิ่ม” ร้านหมาล่าสายพานมักมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนที่นั่ง (Capacity) เดลิเวอรีช่วยให้คุณขายของได้โดยไม่ต้องมีเก้าอี้เพิ่ม เป็นการขยายสาขาในโลกเสมือน
  • ใช้โฆษณา LINE MAN แบบ “เปิดการมองเห็น” เพื่อให้ลูกค้ารู้จักร้านเรามากขึ้น บน LINE MAN สามารถสร้าง Brand Loyalty ได้ผ่านรีวิว และเรตติง ทำให้ลูกค้าเลือกคุณจาก “คุณภาพ” ไม่ใช่แค่ “คิวที่สั้นที่สุด”

แม้ผู้บริโภคจะเริ่มชินชากับกระแส "หมาล่าสายพาน" แต่ความเผ็ดไม่ได้หายไปไหน จากข้อมูลของ LINE MAN ในปี 2025 ที่มียอดการค้นหาอาหารประเภท “หมาล่า” บนแพลตฟอร์มมากกว่า 16 ล้านครั้ง ยิ่งตอกย้ำว่าเพียงแค่เปลี่ยนเกมมาสู้กันที่ความคุ้มค่า ด้วยทางลัดผ่าน LINE MAN อาวุธลับที่จะช่วยทะลายกำแพงเรื่องข้อจำกัดด้านที่นั่ง และเปลี่ยนทุกพื้นที่ให้กลายเป็นหน้าร้านเสมือนจริงที่เข้าถึงลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เพราะหมาล่าสายพานยุคใหม่ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนสายพาน ถึงเวลาชิงความได้เปรียบก่อนใคร ด้วยช่องทางใหม่อย่าง LINE MAN

ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้ากับ LINE MAN คลิกที่นี่

บทความแนะนำเพิ่มเติม