เจาะลึกเมนูเด็ด ถอดสูตรสำเร็จที่ลูกค้ายอมจ่าย วิเคราะห์เมนูซิกเนเจอร์จากแบรนด์ดัง

เรียนรู้จากแบรนด์ดัง 4 เทคนิคสร้างเมนูซิกเนเจอร์ เพิ่มมูลค่าเมนูให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับราคาที่จ่าย

        การสร้างเมนูซิกเนเจอร์ให้ร้านอาหารประสบความสำเร็จ ไม่ได้เริ่มจากการคิดเมนูให้อร่อยเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบเมนูที่มีตัวตน มีมูลค่าในตัวเอง และสามารถสื่อสารคุณค่านั้นไปถึงลูกค้าได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการผสมผสานไอเดียใหม่ การเลือกใช้วัตถุดิบอย่างมีคุณภาพ และการตีความรสชาติในมุมมองที่แตกต่าง เมนูที่ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจเหล่านี้เอง ที่สามารถเข้าไปอยู่ในใจลูกค้า

LINE MAN จึงขอพามาถอดบทเรียนจากแบรนด์ดัง ผ่าน 4 เทคนิคการยกระดับเมนู ที่ช่วยเปลี่ยนเมนูธรรมดาให้กลายเป็น “เมนูซิกเนเจอร์” ที่โดดเด่น มีคุณค่า และเป็นเมนูที่ลูกค้ายอมจ่ายอย่างเต็มใจ

1. ‘เมนูนี้มีที่มา’ เมนูที่ดีควรมีเล่าเรื่อง

แม้เมนูจะดูธรรมดา แต่ถ้าเราเติม Storytelling หรือ “เรื่องราว” ลงไป เมนูนั้นก็สามารถเปลี่ยนจากของที่แค่กินให้อิ่ม กลายเป็นเมนูที่มีคุณค่าในใจลูกค้าได้ทันที เรื่องราวอาจมีได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจในการคิดเมนู ที่มาของวัตถุดิบ หรือความพิเศษในขั้นตอนการปรุงอาหาร

เหตุผลที่เทคนิคนี้ได้ผล เพราะการตัดสินใจของลูกค้าไม่ได้มีแค่เหตุผลเชิงใช้งาน (Functional) เช่น อิ่มไหม คุ้มไหม น่าลองหรือเปล่า แต่ยังมีอีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องของความรู้สึก (Emotional) ลูกค้าจะรู้สึกอย่างไรกับเมนูนี้ ภูมิใจไหมที่เลือก รู้สึกพิเศษ หรือแตกต่างจากเมนูทั่วไปหรือเปล่า

เมื่อเมนูมีเรื่องเล่า ลูกค้าจะสัมผัสได้ถึงความตั้งใจที่ร้านใส่ลงไป และเกิดความมั่นใจว่าเมนูนี้ “คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย” มากกว่าเมนูที่ไม่มีเรื่องราวอะไรเลย

ถอดบทเรียน: เมนู Angel’s Secret จากร้าน Oh! Juice

Angel’s Secret คือหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของ Oh! Juice ที่ไม่ได้โดดเด่นแค่รสชาติ แต่โดดเด่นด้วยชื่อ และเรื่องราว เมนูนี้มีส่วนผสมที่ช่วยดูแลผิวพรรณ ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจน และวิตามินรวม ให้สีชมพูสวย รสชาติหวานหอม
ด้วยคอนเซ็ปต์ของเมนูที่ช่วยดูแลผิว และภาพลักษณ์ที่ดูสดใส จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “เคล็ดลับนางฟ้า(Angel’s Secret)” ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าไม่ได้แค่ซื้อน้ำผลไม้ แต่กำลังเลือกสิ่งดี ๆ ให้กับตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีเทคนิคอื่น ๆ สำหรับการสร้างเรื่องราวให้กับเมนู ใครสนใจสามารถตามอ่านเพิ่มเติมได้

👉อ่านรายละเอียดการทำ storytelling : 6 เทคนิค สร้างเรื่องราวอาหารด้วย Food Storytelling

2. ทีเด็ดคือวัตถุดิบพรีเมียม 

ถ้าอยากให้เมนูดูพรีเมียม และสมราคา เทคนิคที่ใช้ได้ผลเสมอคือ “การเลือกวัตถุดิบพรีเมียม” แม้จะเป็นเมนูพื้นฐาน แต่ถ้าเปลี่ยนวัตถุดิบให้มีคุณภาพมากขึ้น เมนูก็จะดูมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทันที

วัตถุดิบพรีเมียมไม่จำเป็นต้องเป็นของหายากเสมอไป บางครั้งอาจเป็นวัตถุดิบใกล้ตัวอย่างไก่ หรือหมู แต่เป็นเกรดดี ผ่านการเลี้ยง และคัดเลือกอย่างใส่ใจ หรืออาจเป็นวัตถุดิบที่ลูกค้ารับรู้คุณค่าได้ทันที เช่น ฟัวกราส์ เนื้อวากิว อูนิ หรือกุ้งแม่น้ำ

สิ่งสำคัญคือ ร้านต้องสื่อสารให้ชัดว่าความพรีเมียมอยู่ตรงไหน เมื่อลูกค้าเข้าใจว่าจ่ายเพิ่มเพื่ออะไร เมนูจะดูสมเหตุสมผล และช่วยยกระดับภาพลักษณ์ร้านให้ดูมีระดับมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

ถอดบทเรียน: เมนูน้ำตกวากิวทองสมิทธ์ จากร้าน Thong Smith 

ทองสมิทธ์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการยกระดับเมนูท้องถิ่นอย่าง “ก๋วยเตี๋ยวเรือ” ให้ก้าวไปอีกขั้น ร้านเลือกใช้เนื้อคุณภาพสูง เช่น เนื้อวากิว และเนื้อจากออสเตรเลีย มาผสมกับสูตรก๋วยเตี๋ยวเรือแบบไทย ทำให้เมนูเดิม ๆ ดูพรีเมียมขึ้น และแตกต่างจากร้านทั่วไปอย่างชัดเจน

ด้วยกลยุทธ์นี้ ร้านทองสมิทธ์สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มกลางถึงบน กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือที่ประสบความสำเร็จ และโดดเด่นที่สุดในตลาด

3. แตกต่างด้วย ‘อาหารฟิวชัน’

อาหารฟิวชันคือ การผสมผสานรสชาติ และเอกลักษณ์จากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นเมนูใหม่ที่แปลกตา และน่าสนใจ ช่วยยกระดับเมนูให้มีมูลค่ามากขึ้นด้วยไอเดีย และความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดเป็นเมนูซิกเนเจอร์ ที่ช่วยให้ร้านโดดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างชัดเจน

การสร้างสรรค์เมนูฟิวชันสามารถทำได้ด้วยการหยิบแรงบันดาลใจจากอาหารต่างชาติมาผสมกับรสชาติที่คุ้นเคย เช่น

  • ข้าวผัดกิมจิ (เกาหลี + ไทย )
  • เกี๊ยวน้ำแกงเขียวหวาน (จีน + ไทย)
  • พิซซ่าต้มยำกุ้ง (อิตาเลียน + ไทย)

ถอดบทเรียน: เมนูสปาเก็ตตี้คาโบนาร่าซอสพริกศรีราชา จากร้าน PASTA AMA 

พาสต้า อาม่า เป็นร้านพาสต้าโฮมเมดที่นำอาหารเส้นสไตล์อิตาลี มาปรุงในสไตล์อาหารไทย จุดเริ่มต้นของร้านมาจากความตั้งใจของคุณจี – จีรภัทร ศรีทองคำ เจ้าของร้าน ที่อยากทำเมนูให้อาม่าทานได้ เนื่องจากอาม่าไม่ถนัดอาหารรสชาติแบบตะวันตก จึงเกิดเป็นพาสต้าในรสชาติที่ปรับให้เข้ากับคนไทยมากขึ้น

เมนูซิกเนเจอร์อย่าง สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าซอสพริกศรีราชา ไข่ออนเซ็น และเบคอนกรอบ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผสมผสานความเป็นคาโบนาร่าสไตล์อิตาเลียนเข้ากับซอสศรีราชาของไทย ทำให้จานนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และถูกปากคนไทยมากยิ่งขึ้น

4. นำเสนอเมนูให้โดดเด่น

อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เมนูดูน่าสนใจ และมีมูลค่ามากขึ้น คือการนำเสนอให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจ ทั้งในตัวเมนู และประสบการณ์จากการบริการของร้าน ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ของร้านให้ดูดี และน่าจดจำมากขึ้น โดยสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น

  • วิธีการเสิร์ฟ และการจัดจาน การเสิร์ฟในรูปแบบที่แตกต่างออกไป เช่น การเบิร์นชีสบนโต๊ะ หรือเสิร์ฟอาหารบนจานหินร้อน ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้า และทำให้เมนูนั้นกลายเป็นสิ่งที่น่าจดจำมากขึ้น
  • การใช้บรรจุภัณฑ์ที่แตกต่าง บรรจุภัณฑ์ที่สะดุดตา และมีเอกลักษณ์ ช่วยเพิ่มความน่าประทับใจ และทำให้ลูกค้าจดจำร้านได้ง่ายขึ้น ยิ่งถ้ามีโลโก้ หรือชื่อแบรนด์อยู่บนบรรจุภัณฑ์ ก็ยิ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ร้านดูมีระดับมากขึ้น

นอกจากนี้ ในโลกของเดลิเวอรี ลูกค้ามักตัดสินใจจาก “ภาพ และคำอธิบาย” ก่อนที่จะได้ลิ้มลองรสชาติจริง ๆ แต่ละเมนูจึงควรดูดีตั้งแต่หน้าร้านออนไลน์ สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่

  • ภาพอาหารคมชัด แสงสวย เห็นเนื้อสัมผัสน่ารับประทาน
  • ชื่อเมนูอ่านง่าย แต่มีเอกลักษณ์
  • คำอธิบายที่สื่อสารชัดเจน และช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร

ถอดบทเรียน: เมนูโนสที ซิกเนเจอร์ จากร้าน Nose Tea 

Nose Tea เป็นร้านชาครีมชีสที่โดดเด่นตั้งแต่โลโก้รูปจมูกสีเขียว ซึ่งช่วยสร้างการจดจำแบรนด์ได้ทันที จุดแข็งของร้านคือ “ครีมชีส” ที่นำเข้าจากนิวซีแลนด์ และพัฒนาสูตรขึ้นมาเองจนได้รสชาติที่ใครได้ลองก็ติดใจ

สิ่งที่ร้านทำได้ดีคือ การสื่อสารจุดเด่นของเมนูซิกเนเจอร์ และเมนูอื่น ๆ ผ่านคำอธิบายอย่างชัดเจนบนช่องทางขายเดลิเวอรี ช่วยให้ลูกค้ารู้ถึงความพิเศษของเครื่องดื่ม และอยากลองสั่งมากขึ้น

เมนูที่ผ่านการคิด และออกแบบมาอย่างตั้งใจ จะกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ที่สะท้อนตัวตนของร้านผ่านรสชาติ และไอเดีย ซึ่งถือเป็นจุดขายที่ช่วยดึงดูดลูกค้า และทำให้ร้านโดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งมากมาย การลงทุนกับการสร้างเมนูอย่างมีกลยุทธ์ตั้งแต่ต้น จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้ร้านเติบโต และสร้างยอดขายได้อย่างยั่งยืน

หากคุณพร้อมต่อยอดเมนูพิเศษเหล่านี้ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น การเข้าร่วมขายอาหารเดลิเวอรีบน LINE MAN ก็เป็นอีกช่องทางที่ช่วยขยายโอกาสให้เมนูอาหารของร้าน กลายเป็นเมนูโปรดของใครอีกหลายคน และเป็นช่องทางสร้างยอดขายให้ร้านได้กำไรเพิ่มไปอีกขั้น

สนใจเริ่มต้นเปิดร้านบน LINE MAN 👉🏻 คลิกเลย

📲 ติดตามข่าวสาร และเทคนิคเพิ่มยอดขาย ที่พ่อค้าแม่ค้า LINE MAN ไม่ควรพลาด ได้ที่กระดิ่งแจ้งเตือนบนแอปฯ Wongnai Merchant App 👉🏻 คลิกที่นี่

บทความแนะนำเพิ่มเติม