
แตกต่างไปหมดใช่ว่าจะดี เพราะบางครั้งการ “เหมือน” ก็สำคัญไม่แพ้กัน นี่คือ POP & POD การบาลานซ์ระหว่างจุดเหมือนและจุดต่างของแบรนด์
เวลาพูดถึงการสร้างแบรนด์ หรือการตลาด เรามักจะโฟกัสกันที่คำถามว่า
“เราจะต่างจากคู่แข่งยังไงดี?”
“ทำยังไงให้ร้านเราโดดเด่นที่สุด?”
ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะการตลาดมักสอนให้เราคิดเรื่อง “ความแตกต่าง” เพื่อให้แบรนด์เราเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในสายตาลูกค้า แต่มีอีกมุมหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือก่อนที่เราจะ “ต่าง” ได้ เราต้อง “เหมือน” ให้เป็นก่อน
นี่แหละคือแนวคิดของ Point of Parity (POP) และ Point of Difference (POD) สองคำนี้อาจดูเป็นศัพท์การตลาดทั่วไป แต่จริง ๆ แล้วมันคือ “แกนหลัก” ของการวางตำแหน่งแบรนด์เลยก็ว่าได้ ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไป ธุรกิจก็จะเสียสมดุลทันที

POP คือสิ่งพื้นฐานที่ลูกค้าคาดหวังจากสินค้า หรือบริการในหมวดนั้น ๆ เป็นเหมือน “มาตรฐานขั้นต่ำ” ที่ทำให้แบรนด์ของคุณสามารถลงแข่งขันในตลาดได้ พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณไม่มีสิ่งนี้ ลูกค้าจะไม่มองคุณเป็นตัวเลือกตั้งแต่แรก
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปิดร้านกาแฟ ก็ต้องมีเมนูกาแฟพื้นฐาน ชงดื่มได้จริง และรสชาติอยู่ในระดับที่ลูกค้ายอมรับได้ ลองนึกภาพว่าถ้าเป็นร้านกาแฟ แต่ไม่มีเอสเปรสโซ ไม่มีลาเต้ ลูกค้าก็คงงงว่า “นี่มันร้านอะไรเนี่ย?” แล้วสุดท้ายร้านก็เตรียมตัวโดนตัดทิ้งจากตัวเลือกไปได้เลย
ดังนั้น เวลาจะหา POP ของแบรนด์ วิธีง่าย ๆ คือดูว่ามาตรฐานของร้านประเภทเดียวกันในตลาด เขามีอะไรกันบ้าง ไม่ใช่แค่ตัวสินค้า แต่รวมถึงบริการ หรือประสบการณ์ เช่น ทุกร้านเขามี Wi-Fi ให้ลูกค้าไหม หรือดูจาก “Key Message” ของแบรนด์ในตลาดว่าไปในทิศทางไหน อย่างร้านเครื่องดื่มทุกวันนี้มักมีคำว่า “หวานน้อย” เพราะลูกค้าเริ่มใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ดังนั้นเราก็ควรต้องมีจุดขายนี้ด้วยถ้าจะขายเครื่องดื่ม
การทำแบบนี้ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ แต่เป็นการทำให้แน่ใจว่าเรา “ไม่พลาดสิ่งสำคัญ” และสามารถลงแข่งขันในตลาดเดียวกับคนอื่นได้อย่างสูสี
POD คือสิ่งที่ทำให้คุณ “ต่าง” และ “น่าเลือก” มันคือคำตอบของคำถามสำคัญในธุรกิจว่า “ทำไมลูกค้าต้องเลือกคุณ?”
ลองนึกภาพว่ามีร้านกาแฟเป็น 10 ร้านอยู่ในซอยเดียวกัน ทุกร้านมีเหมือนกันหมดคือ มีกาแฟ มีที่นั่ง มี Wi-Fi แล้วอะไรทำให้ลูกค้าเลือกร้านใดร้านหนึ่ง?
ความแตกต่างแบบนี้แหละ คือ POD

การกำหนดจุดเหมือน และจุดต่าง ไม่ใช่แค่คิดเอาเองลอย ๆ แต่ต้องอาศัยการวิเคราะห์ทั้งตลาด ลูกค้า และตัวแบรนด์ เพื่อช่วยให้แบรนด์มี “ตำแหน่ง” ที่ชัดเจน
STEP 1 : วิเคราะห์โครงสร้างตลาด และคู่แข่ง
จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ การเข้าใจตลาด ว่าเรากำลังอยู่ในสนามแบบไหน การวิเคราะห์ตรงนี้จะช่วยให้มองเห็น “คุณสมบัติร่วม” ของทุกแบรนด์ในตลาด ซึ่งก็คือ Point of Parity (POP)
ในขั้นตอนนี้ ควรพิจารณา:
เมื่อเข้าใจภาพรวมของตลาดแล้ว ขั้นตอนถัดมาคือการเจาะลึกไปที่ “คู่แข่งโดยตรง”
ควรศึกษาว่า:
การวิเคราะห์นี้จะช่วยให้เรามองเห็น “POD” และที่สำคัญคือ ช่วยหลีกเลี่ยงการตั้งจุดขายที่ “ซ้ำ” กับคนอื่นโดยไม่รู้ตัวด้วย
STEP 2 : ศึกษา และเข้าใจลูกค้า
แม้ว่าตลาด และคู่แข่งจะสำคัญ แต่หัวใจจริง ๆ ของการหา POP และ POD คือความเข้าใจลูกค้า
ในขั้นตอนนี้ควรพิจารณา:
การทำความเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้:
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าอาจไม่ได้ต้องการแค่ “กาแฟอร่อย” แต่อาจต้องการ “กาแฟที่ดีต่อสุขภาพ” หรือ “ประสบการณ์ผ่อนคลาย” สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นโอกาสในการสร้าง POD
STEPที่ 3 : กำหนด Point of Parity (POP)
หลังจากรวบรวมข้อมูลจากตลาด คู่แข่ง และลูกค้าแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการ “สรุป POP ของแบรนด์”
หลักในการพิจารณา POP คือ “หากไม่มีสิ่งนี้ ลูกค้าจะไม่ยอมรับว่าเราอยู่ในหมวดหมู่นี้”
ควรระบุ POP ออกมาให้ชัดเจน เช่น:
การกำหนด POP ที่ชัดเจนจะช่วยให้แบรนด์ ไม่หลุดจากความคาดหวังของตลาด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า และที่สำคัญคือ ป้องกันไม่ให้แบรนด์ “แตกต่างจนผิดที่ผิดทาง”
STEPที่ 4 : พัฒนา Point of Difference (POD)
เมื่อมีพื้นฐานที่แข็งแรงแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนสำคัญที่สุด คือการสร้าง POD การกำหนด POD ที่ดี ไม่ควรเป็นเพียง “ความแตกต่าง” ทั่วไป แต่ต้องเป็นความแตกต่างที่:
ตัวอย่างของ POD ที่ดี เช่น:
STEPที่ 5 : ทดสอบ และปรับปรุง
หลังจากกำหนด POP และ POD แล้ว ไม่ควรหยุดแค่การวางแผน แต่ต้อง “ทดสอบกับตลาดจริง”
วิธีการทดสอบ เช่น:
สิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ:

การทำการตลาดไม่ใช่ว่าเราต้องพยายาม “แตกต่าง” ไปทุกอย่าง แต่ต้องมี “ความเหมือน” ในสิ่งที่ควรมีด้วย ซึ่งความเหมือนในที่นี้ไม่ใช่การลอก หรือทำตามคู่แข่ง แต่คือมาตรฐานพื้นฐานของตลาดที่ทุกแบรนด์ต้องมี เพื่อให้ลูกค้ายอมรับว่าเราอยู่ในเกมเดียวกัน และสามารถลงสนามแข่งขันได้อย่างยุติธรรม ก่อนจะต่อยอดไปสู่การสร้างความแตกต่างที่ทำให้เราโดดเด่น และถูกเลือกจากลูกค้าในที่สุด
สนใจเริ่มต้นเปิดร้านบน LINE MAN 👉🏻 คลิกเลย
📲 ติดตามข่าวสาร และเทคนิคเพิ่มยอดขาย ที่พ่อค้าแม่ค้า LINE MAN ไม่ควรพลาด ได้ที่กระดิ่งแจ้งเตือนบนแอปฯ Wongnai Merchant App 👉🏻 คลิกที่นี่