อยากได้กำไรเท่านี้ ต้องขายวันละเท่าไหร่?

ทำอย่างไรให้ยอดขายที่เข้ามากลายเป็นกำไรจริงในกระเป๋า? เรียนรู้วิธีการตั้งราคาอย่างสมเหตุสมผลทั้งหน้าร้าน และออนไลน์

        หลายคนก้าวเข้าสู่วงการร้านอาหารด้วยใจรัก ปรุงรสชาติสุดฝีมือจนลูกค้าชมไม่ขาดสาย แต่พอถึงสิ้นเดือนกลับพบความจริงที่น่าตกใจคือ “ยอดขายหลักแสน แต่เงินในบัญชีเหลือหลักพัน” หากคุณกำลังตกอยู่ในสถานการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่ม หรือมือโปรที่เปิดมานานแต่กำไรไม่นิ่ง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ “รสชาติ” แต่อยู่ที่ “ตัวเลขหลังบ้าน” ที่คุณมองไม่เห็น

เลิกเดา แล้วเริ่มเดินด้วย “ตัวเลข”

ต้องขายวันละกี่ชาม ถึงจะได้กำไรที่พอใจจริง ๆ ? ถ้าคำตอบคือ “ก็ขายให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้”นั่นคือสัญญาณอันตราย! เพราะการทำธุรกิจแบบที่ไม่มี “เป้าหมายตัวเลข” ที่ชัดเจน อาจจะเหมือนการขับรถในหมอกควันที่เราไม่รู้ว่าจุดหมายอยู่ตรงไหน

สูตร (ไม่) ลับกับ 5 เช็กลิสต์ สิ่งที่ควรรู้ “ก่อน” เริ่มตั้งเป้ากำไร

ก่อนจะไปที่สูตรคำนวณ ร้านต้องมีข้อมูล “ตัวเลขจริง” อยู่ในมือก่อน เพราะหากขาดตัวใดตัวหนึ่งไป การวางแผนกำไรอาจจะผิดเพี้ยนไปทันที

  1. Fixed Cost จริง เช่น ค่าเช่า พนักงาน ที่ต้องจ่ายทุกเดือนไม่ว่าจะขายได้กี่ชาม
  2. Variable Cost จริง ต้นทุนแปรผันตามยอดขาย เช่น วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์
  3. กำไรต่อหน่วยจริง ราคาขายหักต้นทุนอาหารที่หักลบทุกอย่างแล้ว
  4. เป้าหมายที่ต้องขายได้ต่อวัน วันนึงต้องขายกี่ชามถึงแตะเป้าหมายกำไรที่ตั้งไว้
  5. สัดส่วนช่องทางขาย ขายหน้าร้านกี่ % และเดลิเวอรีกี่ % เพราะแต่ละช่องทางกำไรไม่เท่ากัน

ตัวอย่างสูตรการคำนวณ

1.Fixed Cost (ต้นทุนคงที่จริง)

ค่าเช่า 15,000 บาท + ค่าจ้างพนักงาน 12,000 บาท + ค่าน้ำไฟ 6,000 บาท + ค่าใช้จ่ายจิปาถะ (เช่น ค่าอินเทอร์เน็ต) 2,000 บาท
รวม Fixed Cost = 35,000 บาท/เดือน

นี่คือเงินที่ต้องจ่าย “แม้จะขายไม่ได้เลยสักชาม”

2.Variable Cost (ต้นทุนแปรผันจริง)

ถ้าราคาขายเฉลี่ยหน้าร้านอยู่ที่ 70 บาท ต้นทุนต่อชาม = ค่าวัตถุดิบ 37 บาท + ค่าผัก/เครื่องปรุง/ค่าสูญเสียอื่น ๆ 3 บาท + ค่าบรรจุภัณฑ์ 5 บาท 

รวม Variable Cost = 45 บาท/ชาม

3.กำไรต่อหน่วยจริง (Contribution Margin)

70 (ราคาขายหน้าร้าน) - 45 (ต้นทุนต่อชาม) = กำไร 25 บาท/ชาม

4.เป้าหมายกำไร 10,000 บาท ต้องขายกี่ชามถึงจะได้ตามเป้า?

เงินที่ต้องทำให้ได้รวม = 35,000 (ต้นทุนคงที่) + 10,000 (เป้าหมายกำไร) = ต้องทำได้ 45,000 บาท/เดือน

45,000 (ยอดที่ต้องทำได้) ÷ 70 (ราคาขาย/ชาม) = ต้องขายอย่างน้อย 643 ชาม/เดือน

ถ้าเปิด 30 วัน = ต้องขายให้ได้อย่างน้อยประมาณ 22 ชาม/วัน ถึงจะทะลุเป้าหมาย

5.สัดส่วนช่องทางขายหน้าร้าน & เดลิเวอรี

เพื่อให้กำไร 10,000 บาท และจ่าย Fix Cost 35,000 บาท ต้องโฟกัสที่การขายให้ได้ วันละ 22 ชาม โดยต้องตั้งราคาเดลิเวอรีให้ครอบคลุม GP เพื่อให้ได้กำไรเน็ต ๆ เท่ากับหน้าร้าน และแบ่งสัดส่วนช่องทางการขายให้ดี เช่น ขายด้วยสัดส่วน 70/30 (หน้าร้าน 70% และ เดลิเวอรี 30%)

  • เป้าหมายรายวัน (เปิด 30 วัน) 22 ชาม/วัน เท่ากับว่าขายหน้าร้าน (70%) = 15 ชาม และเดลิเวอรี (30%) = 7 ชาม

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ของค่า GP คืออีกหนึ่งตัวแปรของช่องทางเดลิเวอรี

หลายคนคิดแค่ GP แต่ลืมคำนวณ VAT 7% ซึ่ง VAT นั้นคิดจาก “ยอด GP” ไม่ใช่ยอดขายทั้งหมด ดังนั้นหากราคาหน้าร้าน 70 บาท จึงต้องตั้งราคาขายในเดลิเวอรีประมาณ 105 บาท

  • ค่า GP (กรณี 30%): 105×0.30=31.5 บาท
  • VAT 7% ของค่า GP: 31.5×0.07=2.21 บาท
  • รวม GP+VAT: 31.5+2.20=33.70 บาท

เงินที่ร้านจะได้รับทั้งหมด 105-33.7=71.3 บาท

เมื่อนำเงิน 71.3 บาท ไปหักต้นทุนวัตถุดิบ 45 บาท จะเหลือ กำไร 26.3 บาท (ใกล้เคียงกับหน้าร้านที่ได้ 25 บาท) สรุปเป้าหมายรายวันที่ตั้งไว้ว่าต้องขายผ่านหน้าร้าน 15 ชาม ร้านจะได้เงินทั้งหมด 70×15=1,050 และช่องทางเดลิเวอรีที่ต้องขาย 7 ชามร้านจะได้เงินทั้งหมด 71.3×7=499.1

รวมรายได้ทั้งสองช่องทาง/วัน = 1,050+499.1=1549.1

1,549.1 บาท (รายได้/วัน) × 30 (จำนวนวันที่เปิดร้าน) = 1,549.1×30=46,473

สรุปยอดขายเดือนนี้ = 46,473 (ยอดขายรวม) - 35,000 = 11,473 บาท แบบทะลุเป้า!

กลยุทธ์กู้กำไรด้วย Wongnai POS และ LINE MAN

ถ้าพึ่งพาแค่ “คนเดินผ่าน” หน้าร้านอย่างเดียว อาจจะถึงเป้ายาก ฟีเจอร์ของ LINE MAN และ Wongnai POS สามารถช่วยได้ 

  • “จัดเซตคุ้มกว่า” แทนที่จะขายก๋วยเตี๋ยว 105 บาทโดด ๆ จัดเซต “ก๋วยเตี๋ยว + กากหมู” ในราคา 115 บาท ลูกค้าจะรู้สึกว่า “คุ้มค่า” และยอมจ่ายง่ายกว่าราคาชามเดี่ยว
  • ใช้ LINE MAN ขยายรัศมี ถ้าหน้าร้านขายได้ 10 ชาม อีก 12 ชามที่เหลือให้ LINE MAN ช่วยหาลูกค้าจากหมู่บ้าน หรือออฟฟิศรอบ ๆ มาเติมเต็มส่วนที่ขาด
  • ใช้ POS เก็บดาต้า ระบบ POS จะบอกคุณเลยว่าจำนวนชามที่ขายไปเป็นเมนูไหนมากที่สุด? ถ้า “ก๋วยเตี๋ยวหมู” ขายดีแต่กำไรน้อยกว่า “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ” อาจจะปรับโปรโมชั่นในหน้าแอป LINE MAN ให้คนสั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อมากขึ้น เพื่ออัปกำไรให้ถึงเป้าได้เร็วขึ้นนั่นเอง

ยกระดับร้านอาหารของคุณด้วยระบบ Wongnai POS มือโปร เชื่อมต่อออเดอร์ LINE MAN ได้ลื่นไหล จัดการครบจบในเครื่องเดียว ทั้งคุมสต็อก ดูยอดขาย และวิเคราะห์กำไร ให้คุณบริหารร้านได้อย่างมั่นใจ เห็นตัวเลขจริงได้ทุกที่ทุกเวลา ข้อมูลเพิ่มเติม คลิกที่นี่

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย!

ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ร้านค้ากับ LINE MAN คลิกที่นี่

บทความแนะนำเพิ่มเติม