ผู้ใช้งานใหม่
การใช้งานขั้นสูง
คู่มือเพิ่มยอดขายบน LINE MANคู่มือใช้โฆษณา LINE MAN
5

รายงานผลโฆษณา LINE MAN ดูรายละเอียดลึกขึ้นกว่าเดิม!

วิธีการวัดผลโฆษณา

วิธีอ่านรายงานโฆษณา LINE MAN

‍ข้อมูลการใช้งานโฆษณาเป็นแสดงข้อมูลรวมของโฆษณาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น

  • โฆษณา Listing เพื่อเพิ่มยอดเข้าชมร้าน (Cost per Click)
  • โฆษณา Listing เพื่อเพิ่มยอดออเดอร์ (Cost per Order)

รายงานโฆษณา LINE MAN รูปแบบใหม่ รายละเอียดลึกขึ้นกว่าเดิม!

1. กดปุ่ม "โฆษณา" ที่หน้าแรกบน Wongnai Merchant App

2. เลือกวันที่และโฆษณาที่ต้องการ

วิธีตรวจสอบรายงานผลโฆษณาบน WMA (Wongnai Merchant Application)

ร้านค้าสามารถติดตามประสิทธิภาพการทำโฆษณาได้อย่างสะดวกและแม่นยำผ่านเมนูรายงานผลโฆษณาบนแอปฯ WMA โดยระบบจะแสดงข้อมูลแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:

1. จัดการแคมเปญโฆษณา (Manage My Ads)

ในหัวข้อ "โฆษณาของฉัน" คุณสามารถบริหารจัดการและตรวจสอบแคมเปญโฆษณาปัจจุบันได้ แบ่งตามสถานะ ดังนี้:

  • แคมเปญปัจจุบัน (Active Campaigns): โฆษณาที่กำลังเปิดใช้งานอยู่ ซึ่งมีรูปแบบการจัดการ 3 รูปแบบ ได้แก่
    • จัดการด้วยตนเอง (Self-Service): ร้านค้าสามารถปรับงบประมาณ, เปิด-ปิดโฆษณา, ตรวจสอบรายงาน และยกเลิกโฆษณาได้ด้วยตนเองผ่านแอปฯ WMA เช่น การโฆษณาเพิ่มออเดอร์ หรือ การโฆษณาแบบกำหนดยอดขาย (pMAX) 
    • จัดการโดย LINE MAN (Managed-Service): LINE MAN ดำเนินการบริหารจัดการแคมเปญให้ตามบันทึกข้อตกลงที่ระบุไว้ เช่น การโฆษณาเพิ่มการมองเห็น (CPC) โดย LINE MAN 
    • จัดการโดยสำนักงานใหญ่ (HQ Managed-Service): สำนักงานใหญ่เป็นผู้รับผิดชอบการบริหารจัดการแคมเปญผ่าน LINE MAN  เช่น การโฆษณาเพิ่มการมองเห็น (CPC) หรือ การโฆษณาเฉพาะแบนเนอร์ร้านค้า โดยสำนักงานใหญ่ เป็นต้น
  • แคมเปญที่เสร็จสิ้น (Completed Campaigns): แคมเปญที่ปิดใช้งานแล้ว ร้านค้ายังคงสามารถกดดูรายละเอียดประวัติยอดขาย ต้นทุน และผลตอบแทน (RoAS) ย้อนหลังได้โดยกดเครื่องหมาย “>” ที่แคมเปญนั้นๆ
2. สรุปภาพรวมผลลัพธ์โฆษณา (Ad Performance Overview)

ตรวจสอบประสิทธิภาพภาพรวมการทำโฆษณาตามช่วงเวลาที่ต้องการ (เช่น วันนี้, 7 วันล่าสุด, 30 วันล่าสุด หรือระบุวันที่ที่กำหนด) เพื่อดูยอดรวมรายได้และต้นทุนโฆษณาได้อย่างรวดเร็ว

3. รายงานผลรายแคมเปญ (Campaign Performance)

เหมาะสำหรับร้านค้าที่เปิดใช้งานหลายแคมเปญพร้อมกัน หรือ เปิดโฆษณาจากหลายช่องทาง ระบบจะแสดงข้อมูลแยกรายแคมเปญเพื่อให้คุณสามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพและนำข้อมูลไปวางแผนการตลาดต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยรายงานโฆษณา LINE MAN จะแบ่งผลลัพธ์ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ 

1. ภาพรวมผลลัพธ์โฆษณา

คือ รายงานรวมผลลัพธ์โฆษณาทั้งหมดที่ถูกเปิดใช้งาน ของโฆษณา Listing โดยมีการแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้

  • ยอดขายทั้งหมดจากโฆษณา คือ ยอดขายทั้งหมดจากออเดอร์ที่ลูกค้าทำการสั่งซื้อจนสำเร็จ ผ่านการกดโปรไฟล์ร้านที่มีเครื่องหมายโฆษณา (Ad)
  • ต้นทุนโฆษณาทั้งหมด ซึ่งระบบจะคำนวณต้นทุนโฆษณาตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
    • โฆษณาเพื่อเพิ่มการเข้าชมร้าน : คิดค่าใช้จ่ายเมื่อลูกค้าคลิกเข้าชมร้าน
    • โฆษณาเพื่อเพิ่มออเดอร์ : คิดค่าใช้จ่ายเมื่อออเดอร์จัดส่งสำเร็จ
  • ออเดอร์จากโฆษณา (Orders from Ad) คือ จำนวนออเดอร์ที่ถูกสั่งซื้อจนสำเร็จจากโปรไฟล์ร้านที่มีเครื่องหมายโฆษณา (Ad) 
  • อัตราผลตอบแทนจากโฆษณา (RoAS) คือ การคำนวณความคุ้มค่าของโฆษณา โดยคิดจากยอดขายทั้งหมดจากโฆษณาเทียบต้นทุนโฆษณาทั้งหมดที่ใช้ไป

2. ประสิทธิภาพโฆษณา

คือ ผลรวมประสิทธิภาพของโฆษณาที่ถูกเปิดใช้งาน โดยจะมีตัวชี้วัดสำคัญ (Metrics) ซึ่งร้านค้าสามารถนำไปวิเคราะห์ และปรับปรุงประสิทธิภาพของโฆษณาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นได้ โดยมีตัวชี้วัดทั้งหมด ดังนี้

  • ยอดขายจากโฆษณา (Sales from Ad) คือ ยอดขายรวมจากคำสั่งซื้อที่ลูกค้าออเดอร์สำเร็จจากการกดเข้าโปรไฟล์ร้านที่มีเครื่องหมายโฆษณา (Ad) 
  • ต้นทุนโฆษณา (Ad spend) คือ ระบบคำนวณต้นทุนที่ใช้ไปตามเป้าหมายโฆษณา
    • โฆษณาเพื่อเพิ่มออเดอร์ งบจะถูกใช้เมื่อลูกค้ากดสั่งซื้อจนสำเร็จ
และนับเป็น 1 ออเดอร์
    • โฆษณาเพื่อเพิ่มการเข้าชมร้าน งบจะถูกใช้เมื่อลูกค้ากดเข้าชมร้าน
  • ออเดอร์จากโฆษณา (Orders) คือ จำนวนคำสั่งซื้อจนสำเร็จที่ลูกค้าสั่งผ่านการกดจากโปรไฟล์ร้านที่มีเครื่องหมายโฆษณา (Ad) 
  • อัตราผลตอบแทน Return on Ad Spend (RoAS) คือ การคำนวณความคุ้มค่าของโฆษณา โดยคิดจากยอดขายทั้งหมดจากโฆษณาเทียบกับต้นทุนโฆษณาทั้งหมดที่ใช้ไป
  • ยอดขายต่อบิล Average Basket Size (ABS) คือ ยอดขายเฉลี่ยต่อออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งซื้อจากโฆษณา
  • ลูกค้าทั้งหมด (Customers) คือ จำนวนลูกค้าที่ทำการสั่งซื้อกับร้านของคุณ โดยนับเฉพาะคำสั่งซื้อที่ลูกค้าออเดอร์สำเร็จซึ่งเกิดขึ้นจากแคมเปญโฆษณา
  • ลูกค้าใหม่ (New Customers) คือ จำนวนลูกค้าใหม่ที่สั่งซื้อกับร้านของคุณเป็นครั้งแรก (ไม่มีประวัติการสั่งซื้อใด ๆ กับร้านมาก่อน) โดยนับเฉพาะคำสั่งซื้อที่ลูกค้าออเดอร์สำเร็จซึ่งเกิดขึ้นจากแคมเปญโฆษณา
  • ค่าโฆษณาต่อออเดอร์ Cost Per Order (CPO) คือ ค่าโฆษณาโดยเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อที่สำเร็จ โดยคำนวณจากค่าใช้จ่าย โฆษณาทั้งหมด หารด้วยจำนวนคำสั่งซื้อที่สำเร็จจากโฆษณา
  • ลูกค้าเก่าที่กลับมา (Return customers) คือ จำนวนลูกค้าที่เคยสั่งซื้อกับร้านของคุณ แต่ไม่ได้ซื้อในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และกลับมาสั่งซื้ออีกครั้งผ่านแคมเปญโฆษณา
  • ลูกค้าที่สั่งซ้ำ (Repeat customers) คือ จำนวนลูกค้าที่มีการสั่งซื้อในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และมีการสั่งซื้ออีกครั้งผ่านแคมเปญโฆษณา

‍ตัวชี้วัดสำคัญ (Metrics) อื่น ๆ ที่แสดงเฉพาะบนรายงานโฆษณาเมื่อทำการดาวน์โหลดออกมาในรูปแบบไฟล์ 

  • %ลูกค้าใหม่ (%New Customers) คือ สัดส่วนของจำนวนลูกค้าใหม่เทียบกับจำนวนลูกค้าทั้งหมด
  • ออเดอร์จากช่องทางปกติ (Orders from Organic) คือ จำนวนออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งซื้อสำเร็จ โดยกดมาจากโปรไฟล์ร้านที่ไม่ใช่แคมเปญโฆษณา
  • %ออเดอร์จากโฆษณา (%Orders from Ad) คือ สัดส่วนออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งซื้อสำเร็จซึ่งมาจากแคมเปญโฆษณา เทียบกับออเดอร์ทั้งหมดของร้าน
  • ยอดขายจากช่องทางปกติ (Sales from Organic) คือ จำนวนยอดขายที่เกิดจาก ออเดอร์จากช่องทางปกติ ไม่ใช่จากแคมเปญโฆษณา
  • %ยอดขายจากโฆษณา (%Sales from Ad) คือ สัดส่วนยอดขายที่มาจากแคมเปญโฆษณา เทียบกับยอดขายทั้งหมดของร้าน
  • % ลูกค้าเก่าที่กลับมา (% Return customers) คือ สัดส่วนของจำนวนลูกค้าเก่าที่กลับมาเทียบกับจำนวนลูกค้าทั้งหมด
  • % ลูกค้าที่สั่งซ้ำ (% Repeat customers) คือ สัดส่วนของจำนวนลูกค้าที่สั่งซ้ำเทียบกับจำนวนลูกค้าทั้งหมด

ร้านค้าสามารถตรวจสอบประวัติการโฆษณาทั้งหมดได้ที่เมนู “โฆษณาของฉัน” 

หากร้านค้าต้องการยกเลิกโฆษณา สามารถกดเลือก “ปิดโฆษณา” ที่แคมเปญนั้นๆ ได้ทันที

‍อย่าลืม! ร้านควรทำโฆษณาต่อเนื่อง 14 วันขึ้นไปเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

‍นอกจากการวัดผลโฆษณาแล้ว อย่าลืมตรวจสอบรายงานผลการทำโฆษณาของตัวเองเป็นประจำ จะได้รู้ว่าโฆษณาที่ทำไปมีผลลัพธ์อย่างไร คุ้มทุนหรือไม่ และปรับแนวทางการทำโฆษณาให้มีกำไรอยู่เสมอ

เรียนรู้วิธีทำโฆษณา คลิก
เริ่มต้นสร้างโฆษณา LINE MAN บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่

‍
ปัญหาที่พบบ่อยเรื่องโฆษณาและเครดิตโฆษณาบน LINE MAN คลิก 'บทเรียนถัดไป'‍