การใช้งานขั้นสูง
คู่มือเพิ่มยอดขายบน LINE MANคู่มือใช้โฆษณา LINE MAN

แจกฟรียังไงให้รวย? ปั๊มยอดพุ่งด้วยพลังแห่ง "การให้ชิม"

1. การเร่งวงจรการตัดสินใจซื้อ 

โดยปกติแล้ว ลูกค้าจะต้องผ่านขั้นตอน รับรู้ -> สนใจ -> พิจารณา -> ซื้อ

  • การชิมฟรี รวบรวมขั้นตอนเหล่านี้เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้า FMCG (สินค้าอุปโภคบริโภคที่เปลี่ยนไว) ช่วยข้ามขั้นตอนการอ่านรีวิว หรือการเปรียบเทียบราคา เพราะ "รสชาติ" คือคำตอบสุดท้ายที่ตัดสินทุกอย่างได้ทันที
  • การใช้โฆษณา LINE MAN เพื่อเร่งวงจรการตัดสินใจซื้อซึ่ง “โฆษณาแบบเพิ่มการมองเห็น” จะทำหน้าที่นำพาสินค้าไปอยู่ตรงหน้าลูกค้าในจังหวะที่ความต้องการพุ่งสูงสุด ช่วยให้ผู้บริโภคข้ามขั้นตอนการอ่านรีวิวที่ยาวเหยียด หรือการเปรียบเทียบราคาที่ซับซ้อนไปได้ทันที

2. ทฤษฎีความต่างตอบแทน 

ในเชิงการตลาด นี่คืออาวุธลับ เมื่อแบรนด์ให้ก่อนโดยไม่หวังผลตอบแทน (ในเบื้องต้น) ลูกค้าจะเกิดความรู้สึกติดค้างทางจิตวิทยา

  • งานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การแจกให้ชิมฟรีในซูเปอร์มาร์เก็ตสามารถ เพิ่มยอดขายได้ตั้งแต่ 60% ไปจนถึง 2,000% ในวันที่มีการจัดกิจกรรม งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน The Journal of Marketing Research พบว่าการแจกตัวอย่างที่น่าพึงพอใจ ไม่ได้กระตุ้นแค่ความต้องการสินค้าตัวนั้น แต่ยังกระตุ้นให้ลูกค้าเกิด "ความรู้สึกอยากจับจ่าย" สินค้าอื่น ๆ ในร้านเพิ่มขึ้นด้วย
  • ลูกค้ามักจะซื้อสินค้าเพราะรู้สึกว่า "พนักงานอุตส่าห์บริการ และให้ชิมแล้ว ถ้าไม่ซื้อจะดูใจร้ายเกินไป"

3. การสร้าง Data และ Feedback 

กลยุทธ์นี้ยังเป็นเครื่องมือในการ สร้าง Data และ Feedback ที่แม่นยำที่สุด เพราะการชิมฟรีเปรียบเสมือนการทำ Market Research ในต้นทุนที่ต่ำแต่ได้ประสิทธิภาพสูง ช่วยให้แบรนด์วิเคราะห์ได้ทันทีว่าสินค้าดึงดูดกลุ่มอายุหรือเพศใดมากที่สุด ผ่านการสังเกตพฤติกรรมและสีหน้าของลูกค้าขณะลิ้มลองรสชาติ ทำให้แบรนด์ได้รับข้อมูลเชิงลึก ว่าสินค้า "เค็มไป" "จืดไป" หรือมี "กลิ่นที่แปลก" ก่อนที่จะตัดสินใจวางขายเป็นวงกว้าง ช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการบุกตลาดได้อย่างยั่งยืน

4. Brand Awareness

แม้ลูกค้าจะไม่ซื้อในวันนั้น แต่ภาพจำของรสชาติ และโลโก้แบรนด์ได้เข้าไปอยู่ในสมองของเขาแล้ว

1) การสร้าง "First Impression" 

ทั้งสองวิธีทำหน้าที่เป็น "ใบเบิกทาง" ให้ลูกค้าได้รู้จักเราในจังหวะที่เขากำลังมองหาทางเลือก การให้ชิมฟรี 

  • โฆษณา LINE MAN แบรนด์ของคุณจะไปปรากฏอยู่บนหน้าจอในขณะที่ลูกค้ากำลัง "หิว" และ "พร้อมสั่ง"
  • การชิมฟรี แบรนด์ของคุณจะเข้าไปอยู่ในลิ้นของลูกค้าในขณะที่เขากำลัง "อยากลอง"

ทั้งคู่เน้นการทำให้แบรนด์ผ่านตาหรือผ่านประสาทสัมผัสเป็นครั้งแรก เพื่อให้เกิดการจดจำชื่อและหน้าตาของสินค้า

2) การลดกำแพงการตัดสินใจ

ลูกค้ามักไม่กล้าเสี่ยงซื้อของที่ไม่รู้จัก ทั้งสองวิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงนั้น

  • โฆษณา LINE MAN การเห็นโฆษณาบ่อย ๆ หรือเห็นดีลพิเศษบนแอปฯ ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์นี้มีตัวตน และ น่าเชื่อถือพอที่จะลองสั่ง
  • การชิมฟรี ขจัดความกลัวเรื่อง "ไม่อร่อยแล้วเสียดายเงิน" ออกไปโดยสิ้นเชิง

เป็นการเชื้อเชิญให้ก้าวข้ามความลังเลใจได้ง่ายขึ้น โดยใช้ต้นทุนความเสี่ยงของลูกค้าน้อยที่สุด

3) การใช้กลยุทธ์ความสอดคล้องกับสถานการณ์

Brand Awareness จะเกิดได้ดีที่สุดเมื่อมาถูกที่ถูกเวลา

  • โฆษณา LINE MAN เข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใกล้เคียงร้านในเวลาอาหาร
  • การชิมฟรี มักแจกในจุดที่กลุ่มเป้าหมายเดินผ่าน หรือแนบไปกับออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งอยู่แล้ว

ไม่ใช่การโฆษณาแบบหว่านแห แต่เป็นการสร้างการรับรู้ในจังหวะที่ลูกค้ามีโอกาสซื้อจริงสูงที่สุด

4) การเปลี่ยนจากรับรู้สู่ลงมือทำ

เป้าหมายสุดท้ายของทั้งคู่ไม่ใช่แค่ให้รู้จัก แต่ต้องการให้เกิดการซื้อซ้ำ

  • โฆษณา LINE MAN เมื่อเห็นโฆษณาแล้วกดสั่งทันที
  • การชิมฟรี เมื่อชิมแล้วอร่อย จะเกิดแรงกระตุ้นให้กดสั่งในครั้งต่อไป

ทั้งคู่ทำหน้าที่เป็น "จุดเริ่มต้นของ Conversion Funnel" คือทำให้รู้จัก -> สนใจ -> และปิดจบที่การลอง 

หัวใจสำคัญที่ทำให้ทั้งสองวิธีโดดเด่นคือความแม่นยำสอดคล้องกับบริบท ไม่ว่าจะเป็นการยิงโฆษณาตามรัศมีพื้นที่ใกล้ร้าน หรือการแจกตัวอย่างในจุดที่มีกลุ่มเป้าหมายหนาแน่น ความเหมือนเชิงกลยุทธ์นี้สะท้อนว่าเป้าหมายสูงสุดของการรับรู้แบรนด์ ไม่ใช่แค่ให้ลูกค้าจำชื่อได้ แต่คือการสร้างสะพานเชื่อมให้เกิด "การทดลองใช้จริง" ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนความสนใจให้กลายเป็นยอดขายที่ยั่งยืน เมื่อลูกค้าเปิดแอปฯ LINE MAN แล้วเห็นโฆษณาของร้านคุณอีกครั้ง ความคุ้นเคยจากการชิมจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจสั่งซื้อได้ง่ายกว่าร้านที่ไม่เคยเห็นผ่านตาเลย

โฆษณา LINE MAN ทำง่ายใน 3 คลิก ดูวิธีทำที่นี่

เริ่มต้นสร้างโฆษณา LINE MAN บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่