ยอดขายที่สะดุด หรือลูกค้าที่หายไป อาจเป็นเพราะร้านยังไม่เข้าใจ “วิธีที่ลูกค้าสั่งจริง ๆ” การสั่งซื้อที่เปลี่ยนไปตามเวลา เมนู หรือโปรโมชั่น หากร้านไม่ทันสังเกต และปรับตาม ก็อาจเสียโอกาสให้คู่แข่งไปแบบไม่รู้ตัว วิธีแก้ไม่ใช่การทุ่มงบเพิ่มอย่างเดียว แต่คือการ “ปรับกลยุทธ์ให้ตรงกับพฤติกรรมผู้สั่ง” เพื่อให้ร้านกลับมาเข้าถึงลูกค้า และขายดีได้ต่อเนื่อง
ถ้าร้านอยากขายดีต่อเนื่อง การ “รู้ใจลูกค้า” คือ การเข้าใจพฤติกรรมการสั่งซื้อจริง ๆ เช่น สั่งเวลาไหน ชอบเมนูอะไร หรือให้ความสนใจกับโปรโมชั่นแบบใด เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ คือ ข้อมูลสำคัญที่จะบอกว่า ร้านควรปรับกลยุทธ์ไปทางไหน เพื่อไม่พลาดโอกาสขาย และเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุด
ข้อมูล คือ สิ่งที่บอกพฤติกรรมลูกค้าได้ชัดที่สุด ลองเช็กจากสถิติในแพลตฟอร์มว่าเวลาไหนที่ยอดออเดอร์สูง เมนูไหนที่ถูกสั่งบ่อย หรือมีลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากน้อยแค่ไหน ตัวเลขเหล่านี้จะช่วยให้ร้านมองเห็นลักษณะการสั่งจริงของลูกค้า และนำไปใช้วางแผนได้ตรงจุด
เวลาร้านออกโปรโมชั่น อย่าลืมจับตาดูว่าลูกค้าสนใจมากน้อยแค่ไหน ถ้าออกโปรฯ แล้วมียอดกดสั่งเพิ่ม แสดงว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า แต่ถ้าโปรฯ ไม่ช่วยกระตุ้น อาจต้องปรับเงื่อนไข หรือเปลี่ยนแนวทางใหม่ การสังเกตพฤติกรรมนี้จะทำให้ร้านเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการจริง ๆ
นอกจากมองที่ร้านตัวเองแล้ว การสังเกตคู่แข่งก็สำคัญไม่แพ้กัน ลองดูว่าเมนู ราคา ภาพอาหาร หรือโปรโมชั่นของคู่แข่งมีอะไรที่ทำให้ลูกค้าหันไปเลือกมากกว่า การเปรียบเทียบแบบนี้จะช่วยให้ร้านรู้ว่าจุดไหนที่ควรปรับปรุง และจุดไหนที่สามารถสร้างความแตกต่างเพื่อดึงลูกค้ากลับมาได้
ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้ตัดสินใจสั่งทันทีที่เห็นร้านครั้งแรก แต่เมื่อเห็นซ้ำ ๆ บ่อยครั้ง ก็จะค่อย ๆ จดจำชื่อร้าน และเกิดความไว้ใจ จนพร้อมกดสั่งในที่สุด ตรงนี้เองที่การทำโฆษณา LINE MAN เข้ามามีบทบาท เพราะจะช่วยให้ร้านถูกดันขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่ลูกค้าเห็นได้ซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาหิวจริง หรือแค่เปิดแอปฯ มองหาตัวเลือก
การเปิดใช้งานโฆษณาอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่แค่ทำให้ร้าน “อยู่ตำแหน่งบนสุด” แต่คือการสร้างการรับรู้ซ้ำ ๆ ให้ลูกค้าคุ้นชินกับร้าน และเมื่อถึงเวลาตัดสินใจ พวกเขามักจะเลือกสิ่งที่คุ้นเคยก่อนเสมอ นั่นหมายความว่า ทุกครั้งที่โฆษณาทำงาน คือทุกครั้งที่ร้านกำลังสร้างโอกาสปิดการขายในอนาคต
เมนูขายดี คือ จุดแข็งที่ร้านควรใช้ดึงความสนใจ เพราะมันสะท้อนว่าลูกค้าหลายคนเลือกแล้ว และพร้อมจะเลือกซ้ำอีกครั้ง แค่จัดวางไว้บนสุดของหน้าเมนู ใส่ภาพคมชัด และน่ากิน ก็ช่วยให้ลูกค้าเจอได้ทันทีตั้งแต่เปิดแอปฯ แนะนำให้ยิงโฆษณาควบคู่ ลูกค้าใหม่ที่คลิกเข้ามาก็จะเห็นเมนูยอดนิยมชัดเจน ทำให้ตัดสินใจสั่งง่ายขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นให้ลูกค้าเก่ากลับมาซื้อซ้ำได้ด้วย
การทำโปรโมชั่นต้องอิงกับพฤติกรรมจริงของลูกค้า เช่น ถ้าสังเกตว่าลูกค้ามักสั่งหลายเมนูพร้อมกัน ร้านสามารถทำโปรฯ “เซตสุดคุ้ม” เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าการสั่งเซตนั้นประหยัดกว่า และได้ความคุ้มค่ามากกว่าเดิม หรือถ้าลูกค้าส่วนใหญ่มักสั่งบางช่วงเวลา อาจออกเป็น “โปรฯ มื้อเที่ยง” หรือ “โปรฯ มื้อเย็น” เพื่อเจาะให้ตรงใจ
สิ่งที่ร้านทำได้คือ “อธิบายเมนู” ให้ครบ และชัดเจนที่สุด เช่น ระบุวัตถุดิบ จุดเด่นของเมนู หรือรสชาติที่ลูกค้าชอบบอกต่อ เพื่อให้ลูกค้าใหม่ที่คลิกเข้ามาเข้าใจทันทีว่าร้านมีอะไรโดดเด่น เพราะลูกค้ามักอยากรู้รายละเอียดก่อนตัดสินใจสั่ง การเขียนคำอธิบายที่ตรงไปตรงมา จะช่วยสร้างความมั่นใจ และลดความลังเล
การสังเกตพฤติกรรมผู้สั่ง และปรับกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ตรงใจลูกค้า คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ร้านมองเห็นการเติบโตได้จริง ร้านที่เข้าใจ และใช้ข้อมูลเหล่านี้ต่อยอด จะสามารถบริหารกลยุทธ์ได้อย่างคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการดึงลูกค้าใหม่เข้าร้าน หรือกระตุ้นการซื้อซ้ำจากลูกค้าเก่า และเมื่อทำควบคู่กับ โฆษณา LINE MAN อย่างต่อเนื่อง ก็จะเปลี่ยนทุกบาทที่ลงทุนไป ให้กลายเป็นยอดขายที่มั่นคงในระยะยาว
ซึ่งโฆษณา LINE MAN ถูกออกแบบมา 2 รูปแบบ เพื่อให้ร้านเลือกใช้ได้ตามเป้าหมายที่แตกต่างกัน โดยร้านสามารถเลือกใช้ 2 รูปแบบ ได้แก่
เมื่อร้านเลือกโฆษณาได้ตรงกับเป้าหมาย การบริหารงบก็จะชัดเจนขึ้น ทำให้ควบคุมต้นทุนได้ง่าย และวัดผลได้ตรงจุด ทุกบาทที่ลงทุนจึงไม่สูญเปล่า แต่กลายเป็นการจัดการงบที่คุ้มค่า และมีกลยุทธ์
อย่าปล่อยให้ร้านของคุณต้องรอเวลา ลองใช้โฆษณา LINE MAN วันนี้ เพื่อให้ลูกค้าเห็นร้านก่อนใคร และสร้างโอกาสขายได้มากกว่า!
โฆษณา LINE MAN ทำง่ายใน 3 คลิก ดูวิธีทำที่นี่
เริ่มต้นสร้างโฆษณา LINE MAN บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่