ในโลกของการทำธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การมีสินค้าที่ดีอาจเป็นเพียงครึ่งเดียวของชัยชนะ แต่อีกครึ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ "ทำเลที่ตั้ง" การเลือกทำเลไม่ใช่เพียงการหาพื้นที่ว่างเพื่อวางสินค้า แต่คือการวิเคราะห์พฤติกรรมมนุษย์ เศรษฐศาสตร์เชิงพื้นที่ และการคาดการณ์อนาคต เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานในการสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน
ศาสตร์แห่งการเลือกทำเล
ในการทำร้านอาหาร มีกฎเหล็กที่ว่า "ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง" เพราะทำเลที่ถูกต้องจะช่วยลดงบประมาณการตลาดไปได้มหาศาล แต่คำว่าทำเลดีของแต่ละร้านไม่เหมือนกัน
- ร้านอาหารจานด่วน ต้องการความสนใจมหาศาล คนมองเห็นง่าย และเข้าถึงสะดวก
- ร้าน Fine Dining ไม่เน้นคนเดินผ่าน แต่เน้นความเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จอดรถต้องเป๊ะ และบรรยากาศต้องได้
รวม "เรื่องน่าปวดหัว" เกี่ยวกับทำเล
แม้จะเจอที่ที่ดูเหมือนใช่ แต่เบื้องหลังกำแพงมักมีปัญหาซ่อนอยู่เสมอ
ระบบพื้นฐานที่ "ไม่รองรับ"
นี่คือเรื่องที่ทำให้เจ้าของร้านน้ำตาตกตอนรีโนเวท
- ไฟฟ้าไม่พอ ร้านอาหารใช้ไฟเยอะมาก ทั้งตู้แช่ เตาอบ แอร์ หากหม้อแปลงไฟฟ้าของตึกไม่รองรับ การขอเพิ่มกำลังไฟอาจต้องใช้เงินหลักแสน และเวลานาน
- ระบบบัดบัดน้ำเสีย ตึกแถวเก่า ๆ มักไม่มีระบบแยกไขมันที่ดีพอ หากทำไม่ดีท่อตันจนน้ำเอ่อขึ้นมาในร้านช่วงลูกค้าเต็มร้าน คือฝันร้ายของแท้
ปัญหา "เพื่อนบ้าน"
- มนุษย์ขี้ร้องเรียน
กลุ่มนี้จะจ้องจับผิดทุกอย่าง ตั้งแต่เสียงล้างจานตอน 4 โมงเย็น กลิ่นอาหารที่พัดผ่านหน้าบ้านนิดหน่อย หรือแม้แต่การที่ลูกค้าเราเดินผ่านหน้าบ้านเขา
- อาจโดนแจ้งเขตแจ้งเทศบาลบ่อย ๆ จนเราเสียสมาธิในการทำธุรกิจ
- วิธีแก้: "ทำทุกอย่างให้ถูกระเบียบ 101%" ตั้งแต่ระบบดักไขมัน ปล่องดูดควัน (ต้องสูงพ้นหลังคา) และการเก็บเสียง ถ้าเราทำตามกฎหมายเป๊ะ ใครก็สั่งปิดเราไม่ได้
- มนุษย์หวงที่จอดรถ
ถึงแม้จะเป็นถนนสาธารณะ แต่เขาจะมองว่าหน้าบ้านเขาคือที่ส่วนตัว จะเอาเก้าอี้มาวาง หรือออกมาด่าลูกค้าเราที่ไปจอด
- ลูกค้าโดนด่า = ลูกค้าไม่มาซ้ำ แถมร้านเรายังเสียชื่อเสียงในรีวิวอีก
- วิธีแก้: พยายามเจรจาเชิงรุก เช่น ให้ส่วนลดพิเศษกับเขา หรือถ้าคุยไม่รู้เรื่องจริง ๆ ต้องทำป้ายบอกลูกค้าให้ชัดเจน หรือจัดหาคนช่วยโบกรถเพื่อเลี่ยงจุดที่เขาหวง
- ร้านอาหารประเภทเดียวกันที่ขี้อิจฉา
ประเภทร้านข้าง ๆ ที่ขายของคล้ายกัน แล้วเห็นเราคนเยอะกว่า
- อาจโดนดิสเครดิต ปล่อยข่าวลือ หรือแอบไปรีวิว 1 ดาวให้เราแบบเนียน ๆ
- วิธีแก้: นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว ไม่ต้องไปโต้ตอบผ่านโซเชียล เพราะจะดูไม่โปรฯ ให้โฟกัสที่การรักษามาตรฐานของร้านเราให้ดีที่สุด ผลงานจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง
คำแนะนำสำหรับการอยู่รอด
- ผูกมิตรไว้ก่อน วันแรกที่ย้ายเข้า ให้เอาขนม หรืออาหารร้านเราไปไหว้/ฝากเพื่อนบ้านรอบ ๆ แนะนำตัวฝากเนื้อฝากตัว การมีสัมพันธไมตรีที่ดีตั้งแต่วันแรกช่วยลดโอกาสการโดนกลั่นแกล้งได้เยอะ
- ติดกล้องวงจรปิด นอกจากดูในร้านแล้ว ควรติดเผื่อไปถึงหน้าเขตร้าน และจุดจอดรถ เพื่อเป็นหลักฐานหากเกิดกรณีกลั่นแกล้ง หรือร้องเรียนเท็จ
- หาที่ระบาย และ Connection คุยกับเจ้าของร้านคนอื่น ๆ ในย่านนั้นเพื่อเช็ก "กิตติศัพท์" ของเพื่อนบ้าน จะได้รู้ว่าคนไหนควรเลี่ยง คนไหนคุยได้
ทำเลทองจะกลายเป็นทำเลนรกได้ทันทีถ้าเจอคนข้าง ๆ ไม่ดี ดังนั้นตอนสำรวจทำเล นอกจากดูยอดคนเดินแล้ว อย่าลืมส่องอารมณ์ของคนข้างร้านด้วย!
ก่อนเช่าไม่ได้บอก หลังเช่ามาเต็ม
เวลาเราไปดูที่ตอนกลางวัน เราอาจจะไม่เห็นปัญหาเหล่านี้
- ตอนกลางวันเงียบกริบ พอตกดึกเป็นที่มั่วสุม ร้านข้าง ๆ อาจเป็นบาร์ที่เสียงดังยันตี 2 ทำให้เราเก็บร้านลำบาก หรืออันตรายต่อพนักงาน
- หน้าร้านเป็นจุดทิ้งขยะ บางทำเลดูดีมาก แต่พอเช้ามา รถขยะเอาขยะของทั้งซอยมาพักไว้หน้าประตูร้านเรา กลิ่น และภาพลักษณ์คือพังทันที
- ทางเท้าซ่อมไม่มีวันจบ นี่คือฝันร้ายที่สุด คือการที่หน่วยงานรัฐมาขุดท่อ หรือทำทางเท้าหน้าร้านเรานานหลายเดือน จนลูกค้าเดินเข้าร้านไม่ได้
ฮวงจุ้ย "ที่จอดรถ"
ในเมืองใหญ่ "ไม่มีที่จอดรถ = ไม่มีลูกค้า"
- บางทำเลอยู่ติดถนนใหญ่แต่ "ห้ามจอด" ในช่วงเวลาขายดี (เช่น 16:00 - 20:00 น.)
- ลูกค้าวนรถหาที่จอด 2 รอบแล้วไม่ได้ เขาจะไปร้านอื่นทันทีโดยไม่ลังเล
เจ้าที่ และสัญญามหาโหด
- เมื่อร้านเราดัง เจ้าของที่อาจขอขึ้นค่าเช่าแบบก้าวกระโดดตอนต่อสัญญา หรือไม่ต่อสัญญาแล้วเอาทำเลเราไปให้คนอื่นเช่าต่อในราคาสูง
- ลงทุนตกแต่งไป 2 ล้าน แต่ได้สัญญาเช่าแค่ 3 ปี กว่าจะคืนทุนสัญญาคงหมดพอดี
ทำเลอาถรรพ์
คุณเคยเห็นไหม? ห้องแถวห้องหนึ่งที่เปลี่ยนร้านอาหารมาแล้ว 5 ร้านใน 2 ปี
- บางครั้งมันมีปัญหาเชิงโครงสร้างทางจิตวิทยา เช่น คนขับรถผ่านมองไม่เห็น หรือเป็นทางสามแพร่งที่คนรู้สึกไม่อยากแวะพัก
คำแนะนำสำหรับคนกำลังหาทำเล
- ไปเฝ้าทำเล อย่าเชื่อแค่ตัวเลข ให้ไปนั่งเฝ้าเช้า-สาย-บ่าย-เย็น ดูว่าคนที่เดินไปมาคือใคร? เขาเดินไปไหน? เขาแวะเข้าร้านแถวนี้ไหม?
- เช็กประวัติ ถามแม่ค้าแถวนั้นว่าร้านก่อนหน้าทำไมถึงย้ายออก?
- ตรวจงานระบบก่อนเซ็น พาช่างไฟ ช่างประปา เข้าไปเช็กหน้างานว่าต้องทุบ ต้องรื้อ หรือต้องเพิ่มไฟเท่าไหร่ จะได้คำนวณงบได้แม่นยำ
สร้าง "ทำเลทอง" บนหน้าจอลูกค้าด้วยโฆษณา LINE MAN
ในขณะที่ทำเลหน้าร้านช่วยดึงดูดลูกค้าที่เดินผ่านไปมาโฆษณา LINE MAN จะทำหน้าที่สร้าง "ทำเลทอง" ให้ร้านของคุณบนแอปฯ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าที่อยู่ไกลออกไปแต่พร้อมสั่งอาหารของคุณได้ทันที
- ยึดตำแหน่งที่ดีที่สุด แม้ร้านจะไม่ได้อยู่ในย่านที่คนพลุกพล่านที่สุด แต่โฆษณาจะช่วยดันร้านของคุณให้ไปปรากฏใน 2 อันดับแรกของหน้าผลลัพธ์การค้นหา ช่วยให้ลูกค้าเห็นร้านก่อนใคร
- ขยายรัศมีทำเล โฆษณาจะทำงานโดยแปรผันตามระยะห่างระหว่างลูกค้ากับร้าน ยิ่งใกล้เรายิ่งดัน แต่ด้วยโฆษณาจะช่วยเพิ่มโอกาสการมองเห็นได้มากกว่าร้านทั่วไปหลายเท่าในรัศมีที่กำหนด
จะได้อะไรบ้าง?
- เพิ่มยอดขายพุ่งแรง มีโอกาสสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 40% และจำนวนออเดอร์เพิ่มขึ้นสูงสุด 30%
- การมองเห็นเหนือระดับ เพิ่มอัตราการคลิกเข้าชมร้านได้มากกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า และเพิ่มการมองเห็นได้มากกว่า 3.5 เท่า
- คุมงบได้ดั่งใจ กำหนดงบประมาณรายวันได้เองผ่าน Wongnai Merchant App (WMA) คิดเงินตามจริงเมื่อมีคนคลิก (CPC) หรือเมื่อเกิดออเดอร์ (CPO) เท่านั้น
- ไร้ความเสี่ยงสำหรับร้านใหม่ หากเลือกเป้าหมายแบบเพิ่มออเดอร์ (CPO) จะไม่มีค่าใช้จ่ายหากไม่เกิดคำสั่งซื้อจริง
โฆษณา LINE MAN ทำง่ายใน 3 คลิก ดูวิธีทำที่นี่
เริ่มต้นสร้างโฆษณา LINE MAN บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่