ผู้ใช้งานใหม่
การใช้งานขั้นสูง
คู่มือเพิ่มยอดขายบน LINE MANคู่มือใช้โฆษณา LINE MAN

เปียกทุกวัน แต่ยอดปังกว่าเดิม! รวมวิธีขายดี พาร้านผ่าหน้าฝน

        เพราะอากาศไม่ใช่สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงบ่อย เมื่อฤดูฝนมาถึง พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนแปลงบ่อยเช่นกัน ไม่ใช่แค่ออกจากบ้านน้อยลง แต่รวมถึงวิธีเลือกอาหาร การตัดสินใจสั่งเดลิเวอรี ไปจนถึงความคาดหวังที่มีต่อร้านอาหาร สำหรับธุรกิจร้านอาหารโดยเฉพาะร้านที่ต้องพึ่งทั้งหน้าร้าน และเดลิเวอรีควบคู่กัน หน้าฝนจึงไม่ใช่แค่เรื่องของยอดขายตก หรือรถติด แต่คือช่วงเวลาที่ร้านต้องเข้าใจว่าลูกค้ากำลังรู้สึกอะไร และตัดสินใจอย่างไรในวันที่ทุกอย่างดูยุ่งยากกว่าปกติ 

ภาระที่มากับฝน

เมื่อฝนตก สิ่งง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันกลับยากขึ้นทันที เดินลำบาก รถติด หาที่จอดยาก ต้องคอยระวังฝน ระวังเปียก ระวังรถติด สิ่งเหล่านี้ทำให้สมองใช้พลังงานมากขึ้นโดยอัตโนมัติ และเมื่อสมองเหนื่อยจากการต้องจัดการหลายอย่าง ผู้คนก็มักหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ซับซ้อนรวมถึงการลองร้านอาหารใหม่ ๆ ด้วย

หลายร้านจะพบว่าเมื่อฝนตก ลูกค้ามักเลือกสั่ง “ร้านเดิม” ที่คุ้นเคย มากกว่าลองร้านใหม่ แม้จะมีตัวเลือกมากมายบนแพลตฟอร์มเดลิเวอรีก็ตาม เพราะในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ผู้บริโภคมักระวังตัวมากขึ้น และไม่อยากเสี่ยงกับความผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรสชาติ คุณภาพอาหาร หรือการจัดส่งที่อาจล่าช้า พฤติกรรมนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากทั้งปัจจัยด้านอารมณ์ จิตวิทยา และความต้องการ “ความสบายใจ” ในวันที่ทุกอย่างดูเหนื่อยกว่าปกติ ในทางกลับกันการลองร้านใหม่มีต้นทุนด้านความเสี่ยงเสมอ เช่น

  • รสชาติจะถูกปากไหม?
  • ปริมาณคุ้มราคาหรือเปล่า?
  • บรรจุภัณฑ์ดีไหม?
  • ส่งช้าหรือไม่?
  • อาหารจะยังร้อนอยู่ไหม?

เมนู “อุ่น” ใจ

สภาพอากาศมักมีผลต่ออารมณ์โดยตรง โดยเฉพาะช่วงฝนตกที่บรรยากาศมักหม่น อากาศเย็น และทำให้หลายคนรู้สึกเฉื่อยชา เมื่อยล้า ในช่วงเวลาแบบนี้ผู้บริโภคมักมองหาเมนูที่ให้ความรู้สึก “อุ่นใจ” หรือที่เรียกว่า “Comfort Food” มากกว่าอาหารที่แปลกใหม่ หรือซับซ้อน เช่น

  • ก๋วยเตี๋ยว
  • ซุป
  • ข้าวร้อน ๆ
  • อาหารรสเข้มข้น
  • เมนูที่กินง่าย และคุ้นเคย

เพราะเมนูในช่วงฝนตกมักไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องความหิว แต่ตอบโจทย์เรื่องอารมณ์ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมร้านที่ลูกค้าคุ้นเคยอยู่แล้ว มักได้เปรียบในช่วงหน้าฝนที่สร้างภาพจำว่าเป็นร้านที่ปลอดภัย

หน้าฝนทำอะไรกับเรา

1. ผลกระทบต่อร้าน

ความยากลำบากในการเดินทาง ทั้งรถติด กลัวเปียก และหาที่จอดรถยาก ส่งผลให้ลูกค้าไม่อยากออกจากบ้าน หรือหากยอมออกมาก็มักจะมาช้าแต่รีบกลับเพื่อหนีฝน ซึ่งการที่ลูกค้าเข้า - ออกไม่เป็นเวลาเช่นนี้ ทำให้อัตราการหมุนเวียนโต๊ะช้าลง รอบลูกค้ารวมลดลง พนักงานมีช่วงเวลาว่างมากขึ้น และกลายเป็นโจทย์ยากในการพยากรณ์สต็อกวัตถุดิบ

อย่างไรก็ตามแม้จำนวนคนเข้าร้านจะลดลง แต่กลุ่มลูกค้าที่ตั้งใจมาถึงร้านกลับมียอดสั่งซื้อต่อบิลที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะส่วนใหญ่จะเลือกสั่งทีละหลายเมนู ทั้งจานหลัก ของทานเล่น และเครื่องดื่มเพื่อให้คุ้มค่ากับการเดินทาง ประกอบกับพฤติกรรมการใช้เวลาอยู่ในร้านนานขึ้นเพื่อนั่งรอให้ฝนซาด้วย

แต่ก็มีเรื่องที่ร้านมักจะมองข้ามกันคือ เมื่อฝนตกจะเกิดต้นทุนแฝง และการจัดการที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่การที่พนักงานต้องคอยเช็ดพื้นบ่อยขึ้นเพื่อความปลอดภัย การจัดเตรียมพื้นที่ หรือถุงใส่ร่ม ไปจนถึงการลงทุนซื้ออุปกรณ์กันลื่น พรมซับน้ำ หรือผ้าใบกันฝนเพิ่ม ซึ่งค่าใช้จ่าย และการจัดการหน้าร้านเหล่านี้ หากไม่วางแผนควบคุมให้ดีก็อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของร้านได้โดยไม่รู้ตัว

2. ผลกระทบต่อเดลิเวอรี

แม้ฝนตกจะเป็นช่วงเวลาที่ยอดสั่งเดลิเวอรีพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากคนไม่อยากออกจากบ้าน แต่ในขณะเดียวกันลูกค้ากลับมีความกังวลใจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งเรื่องส่งช้า อาหารเละ หรือไม่ร้อน ไปจนถึงกลัวว่าจะไม่มีไรเดอร์รับออเดอร์ ร้านค้าหน้าใหม่ที่ยังไม่มีจึงมักเสียเปรียบร้านประจำที่ลูกค้าคุ้นเคย และมั่นใจในมาตรฐานอยู่แล้ว ความกังวลเรื่องเวลาส่งนี้ยิ่งทวีคูณขึ้นเมื่อสภาพอากาศ และการจราจรทำให้ควบคุมเวลาจัดส่งได้ยาก ส่งผลให้พฤติกรรมการเลือกร้านของลูกค้าเปลี่ยนไป โดยจะเริ่มหันมาพิจารณาจากความมั่นใจว่าจะส่งตรงเวลา มากกว่าแค่ความน่าสนใจของเมนูอาหาร ร้านไหนที่สามารถบริหารเวลาได้ดี หรือมีรีวิวเรื่องความเร็วที่สม่ำเสมอ จึงจะกุมความได้เปรียบอย่างชัดเจนในช่วงหน้าฝน

นอกจากเรื่องความชัวร์แล้วการเข้าถึงสายตาลูกค้าก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญ เพราะในวันฝนตกผู้บริโภคมักไม่อยากเสียเวลาเลื่อนหาของกินใหม่ ๆ แต่จะเลือกสั่งจากร้านที่เห็นก่อนเป็นอันดับแรก ๆ หรือร้านที่อยู่บนตำแหน่งเด่นของแพลตฟอร์ม ดังนั้น การถูกมองเห็นจึงกลายเป็นโอกาสทอง ร้านที่สามารถไปปรากฏอยู่ตรงหน้าลูกค้าได้เร็วกว่ามักจะดึงดูดความสนใจไปได้ทันที แม้ว่าคุณภาพ หรือรสชาติอาหารจะใกล้เคียงกับร้านอื่นก็ตาม

ปรับตัวอย่างไร?

1. หน้าร้าน 

  • เน้นชูเมนูร้อน เมนูซุป หรืออาหารที่กินแล้วรู้สึกอุ่นสบายในวันอากาศเย็น สื่อสารให้เห็นชัดเจนตั้งแต่หน้าร้าน
  • กระตุ้นให้ตัดสินใจง่ายขึ้น เช่น ส่วนลดเฉพาะตอนฝนตก โปรฯ ช่วงเย็นหลังฝนตก หรือแถมเมนูเคียงเมื่อนั่งทานในร้าน
  • เตรียมที่วางร่ม เช็ดพื้นให้แห้งไม่ลื่น และรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ เพื่อลดความยุ่งยาก และสร้างความประทับใจให้ลูกค้า

2. เดลิเวอรี 

  • ใช้โฆษณา LINE MAN ดันร้านขึ้นหน้าแรก/หมวดแนะนำทันทีที่ฝนตก เพื่อชิงพื้นที่สายตาก่อนใคร (เพราะลูกค้าหน้าฝนขี้เกียจเลื่อนหา) 
  • ซีลหนาแน่นกันน้ำฝน รักษาความร้อนของอาหารไม่ให้ชืด และพร้อมส่งถึงมือลูกค้าในสภาพสมบูรณ์ (จุดนี้สร้างลูกค้าประจำได้ดีที่สุด)

ในฤดูกาลที่ทุกอย่างรอบตัวดูวุ่นวาย ลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกความชัวร์มากกว่าความแปลกใหม่ ร้านอาหารที่จะอยู่รอด และเติบโตได้ในสภาวะนี้ ไม่ใช่แค่ร้านที่อร่อย แต่ต้องเป็นร้านที่มอบ 5 คุณค่าสำคัญให้กับลูกค้าได้

  • เชื่อใจได้ รักษามาตรฐานความสะอาด และคุณภาพท่ามกลางสภาพอากาศที่แปรปรวน
  • คาดเดาได้ รสชาติคงที่ เวลาจัดส่งแม่นยำ ไม่ปล่อยให้ลูกค้ารอเก้อ
  • สั่งง่าย เมนูเข้าใจง่าย ขั้นตอนการสั่งซื้อทั้งหน้าร้าน และเดลิเวอรีลื่นไหล ไม่ซับซ้อน
  • มองเห็นง่าย ทำการตลาด และปักหมุดบนแพลตฟอร์มให้เด่นชัด ในวันที่คนไม่อยากเดินทาง
  • ลดความยุ่งยาก ช่วยแก้ปัญหา และอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในวันที่การใช้ชีวิตติดขัด

ร้านของคุณสามารถทำการตลาดเชิงรุก ดันร้านขึ้นหน้าแรกผ่านโฆษณา LINE MAN ในจังหวะสำคัญ ทำให้ลูกค้ามองเห็นร้านของคุณง่ายมากขึ้น สั่งง่าย เพิ่มความน่าเชื่อใจ และลดความยุ่งยากในวันที่วุ่นวายอยู่แล้วของลูกค้า พร้อมใช้โอกาสที่ฝนตกครองใจลูกค้า ให้ร้านเราเป็นร้านที่ “ชัวร์” เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นยอดขายที่ทำให้ร้านเติบโตได้อย่างมั่นคงในวันที่ฝนตกไม่หยุด

โฆษณา LINE MAN ทำง่ายใน 3 คลิก ดูวิธีทำที่นี่

เริ่มต้นสร้างโฆษณา LINE MAN บนแอปฯ Wongnai Merchant App (WMA) คลิกที่นี่